สรุปมติคณะรัฐมนตรีประจำเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑

ประจำวันอังคารที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

 

๑. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ....
-


 

๒. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. ....
       คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ รัฐต้องจัดให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินการเป็นอิสระ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม โดยกำหนดที่มา อำนาจหน้าที่ และการบริหารงานของคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม การจัดตั้งกองทุนเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม การกำหนดที่มา อำนาจหน้าที่ และการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยรับความเห็นของกระทรวงการคลัง สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงบประมาณ เกี่ยวกับการกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการจัดตั้งทุนหมุนเวียนในกรณีกิจกรรมที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตามหน้าที่ เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือเพื่อช่วยเหลือในการครองชีพ หรืออำนวยบริการแก่ประชาชน การกำหนดค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน ไปพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป


 

๓. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง พ.ศ. ....
       คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญคือ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง เพื่อให้สถาบันและเจ้าหน้าที่ของสถาบันซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยได้รับเอกสิทธิ์ในการดำเนินงานและการปฏิบัติงานในประเทศไทย และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป


 

๔. เรื่อง เงินตอบแทนพิเศษทหารกองประจำการ
-


 

๕. เรื่อง การขอคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินราชพัสดุ รายนายเริ่ม สวนจันทร์
-


 

๖. เรื่อง การปรับปรุงโครงสร้างองค์กรสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอร่างพระราชบัญญัติรวม ๒ ฉบับ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ดังนี้
      ๑. ร่างพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมสามารถควบกิจการกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยหรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยได้
      ๒. ร่างพระราชบัญญัติธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยควบหรือรับโอนกิจการทั้งหมดจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมได้
      ๓. ให้กระทรวงอุตสาหกรรมรับความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เห็นให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ปรับปรุงประสิทธิภาพทั้งด้านการจัดการ กระบวนการพิจารณา/วิเคราะห์ การให้สินเชื่อ และการค้ำประกันสินเชื่ออย่างเร่งด่วน และเนื่องจากการควบรวมต้องใช้เวลา ในระหว่างนี้ควรต้องดำเนินการมิให้พันธกิจการค้ำประกันสินเชื่อที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมดำเนินการอยู่และมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจต้องถูกละเลยหรือลดบทบาทและความสำคัญลงไป ไปพิจารณาด้วย แล้วส่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเป็นเรื่องด่วนต่อไป


 

๗. เรื่อง ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการโครงการปรับปรุงถนนสาย นว. ๓๐๐๘ แยกทางหลวงหมายเลข ๓๓๓ - บ้านโกรกพระ อำเภอพยุหคีรี จังหวัดนครสวรรค์
       คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้กรมทางหลวงชนบทเปลี่ยนแปลงรายการ จากรายการโครงการปรับปรุงถนนสาย นว.๓๐๐๘ แยกทางหลวงหมายเลข ๓๓๓-บ้านโกรกพระ อำเภอพยุหคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ระยะทาง ๑๘.๑๔๕ กิโลเมตร เป็นรายการปรับปรุงถนน สาย นว. ๓๐๐๘ แยกทางหลวงหมายเลข ๓๓๓-บ้านโกรกพระ อำเภอพยุหคีรี จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งเลียบแม่น้ำ ระยะทาง ๑.๒๐๐ กิโลเมตร ส่วนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ ฯ ให้กรมทางหลวงชนบทเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ จำนวน ๑๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่ขาดอยู่อีกจำนวน ๑๐๑,๙๙๐,๐๐๐ บาท ให้เสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อ ๆ ไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ


 

๘. เรื่อง ขอให้พิจารณาลดหย่อนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินของตู้โทรศัพท์สาธารณะ
-


 

๙. เรื่อง ขอความเห็นชอบการประชุมและการเจรจาตามข้อกำหนดความตกลงการค้าเสรีไทย - ออสเตรเลีย และความตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย - นิวซีแลนด์
       คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
       ๑. เห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอการเข้าร่วมประชุมและการเจรจาตามข้อกำหนดความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย และความตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ โดยการเจรจาที่มีการระบุในความตกลงการค้าเสรี ฯ ได้แก่ การเจรจาเปิดตลาดการค้าบริการเพิ่มเติมภายใน ๓ ปี นับจากวันที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ (ภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๐) การทบทวนการเปิดตลาดสินค้า นโยบายการแข่งขัน และการจัดซื้อโดยรัฐ ส่วนการเจรจาที่มีการระบุในความตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ฯ ได้แก่ การเจรจาเปิดตลาดการค้าบริการเพิ่มเติม ภายใน ๓ ปี นับจากวันที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ (ภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๑) การทบทวนการเปิดตลาดสินค้า และการจัดซื้อโดยรัฐ และมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งคณะเจรจาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นหัวหน้าคณะ
       ๒. ให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการตามความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับการเจรจาตามข้อกำหนดความตกลงทั้ง ๒ ฉบับ แม้จะเป็นการเจรจาตามอาณัติความตกลงเดิม แต่มีวัตถุประสงค์ที่จะนำผลไปจัดทำความตกลงใหม่ซึ่งอาจเปิดเสรีเพิ่มมากขึ้น โดยคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๖-๗/๒๕๕๑ วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ จึงน่าจะเป็นการเจรจาเพื่อจัดทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันทางการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามมาตรา ๑๙๐ วรรค ๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังนั้น จึงน่าจะต้องดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๙๐ วรรค ๓ และวรรค ๔ ด้วย


 

๑๐. เรื่อง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณปี ๒๕๕๑ เพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาเงินค่าตอบแทนรายเดือนข้าราชการและเงินวิทยฐานะ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่เพียงพอเบิกจ่าย
       คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
       ๑. อนุมัติตามความเห็นของสำนักงบประมาณที่ได้เสนอนายกรัฐมนตรีอนุมัติหลักการตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ ๑ ซึ่งเห็นชอบในหลักการการแก้ไขปัญหาเงินค่าตอบแทนรายเดือนข้าราชการและเงินวิทยฐานะ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ โดยให้กระทรวงศึกษาธิการปรับปรุงข้อมูลตัวเลขการเบิกจ่ายที่จะใช้เป็นฐานในการคำนวณเพื่อประมาณการวงเงินที่จะต้องเบิกจ่ายให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง และประสานกับสำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาดำเนินการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนรายเดือนและเงินวิทยฐานะให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อไป
       ๒. โดยในช่วง ๔ เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ (มิถุนายน-กันยายน ๒๕๕๑) ซึ่งอยู่ในช่วงที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะได้จัดทำข้อมูลตัวเลขการเบิกจ่ายจริงตกลงกับสำนักงบประมาณใหม่อีกครั้ง ให้ สพฐ. ใช้จ่ายจากเงินงบประมาณที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่จำนวน ๕,๔๔๒,๕๗๒,๔๕๐ บาท รวมกับที่จะปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ จำนวน ๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตลอดจนวงเงินที่กรมบัญชีกลางจะสนับสนุนงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายการปรับเงินค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐและรายการเงินเลื่อนขั้น เลื่อนอันดับเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการอีกจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน ๗,๔๔๒,๕๗๒,๔๕๐ บาท ไปก่อน แล้วให้จัดทำข้อมูลบุคลากรที่มีสิทธิได้รับเงินวิทยฐานะและเงินค่าตอบแทนรายเดือนที่ต้องเบิกจ่ายจริงให้ถูกต้องชัดเจน เพื่อขอทำความตกลงในเรื่องของวงเงินส่วนที่ขาดเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามความจำเป็นกับสำนักงบประมาณต่อไป


 

๑๑. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. .... ที่ตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างพระราชกฤษฎีกา ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
     (๑) กำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยี สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะศาสตร์ สาขาวิชาอุตสาหกรรมศาสตร์
     (๒) กำหนดครุยวิทยฐานะ มีสามชั้น คือ ครุยดุษฎีบัณฑิต ครุยมหาบัณฑิต และครุยบัณฑิต รวมทั้งกำหนดครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณาจารย์มหาวิทยาลัย
     (๓) กำหนดเข็มวิทยฐานะ มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง ส่วนพื้นที่ของพระราชลัญจกรและดอกบัวลงยาสีน้ำเงิน ส่วนพื้นที่ของชื่อมหาวิทยาลัยลงยาสีขาว สูง ๖ เซนติเมตร
     (๔) กำหนดให้สีม่วงแดงเป็นสีประจำคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สีชมพูเป็นสีประจำคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ สีเทาเป็นสีประจำคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน สีฟ้าเป็นสีประจำคณะบริหารธุรกิจ สีเหลืองเป็นสีประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สีเลือดหมูเป็นสีประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ สีขาวนวลเป็นสีประจำคณะศิลปศาสตร์ และสีน้ำเงินเข้มเป็นสีประจำคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น


 

๑๒. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญา อักษรย่อปริญญา ครุยวิทยฐานะ  เข็มวิทยฐานะของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญา อักษรย่อปริญญา ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนแปลงครุยวิทยฐานะของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดยเพิ่มแถบกำมะหยี่สีเหลืองทองไว้ในชุดครุยวิทยฐานะ และยกเลิกหมวกซึ่งเป็นส่วนประกอบชุดครุย และให้ดำเนินการต่อไปได้


 

๑๓. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างพระราชกฤษฎีกา ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
     (๑) กำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาเทคโนโลยี สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาอุตสาหกรรมศาสตร์
     (๒) กำหนดครุยวิทยฐานะ มีสามชั้น คือ ครุยดุษฎีบัณฑิต ครุยมหาบัณฑิต และครุยบัณฑิต รวมทั้งกำหนดครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณาจารย์มหาวิทยาลัย
     (๓.) กำหนดเข็มวิทยฐานะ มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง ส่วนพื้นที่ของพระราชลัญจกรและดอกบัวลงยาสีน้ำเงิน ส่วนพื้นของชื่อมหาวิทยาลัยลงยาสีขาว สูง ๖ เซนติเมตร
     (๔) กำหนดให้สีฟ้าเป็นสีประจำคณะบริหารธุรกิจ สีเลือดหมูเป็นสีประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ สีเหลืองเป็นสีประจำคณะศิลปะศาสตร์ สีส้มเป็นสีประจำคณะอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยว สีน้ำเงินเป็นสีประจำคณะอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี และสีแดงเป็นสีประจำวิทยาลัยเพาะช่าง


 

๑๔. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็กเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ เป็นสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ เป็นสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนชื่อสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ เป็น สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้


 

๑๕. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ....
-


 

๑๖. เรื่อง ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
-


 

๑๗. เรื่อง ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
-


 

๑๘. เรื่อง ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงการคลังเสนอร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
     (๑) ให้หัวหน้าหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในอำเภอหรือกิ่งอำเภอซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ หรือเทียบเท่า เป็นผู้ออกหนังสือรับรองการมีสิทธิรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลได้
     (๒) ให้หัวหน้าสำนักงานที่สำนักงานอยู่ในภูมิภาคหรือแยกต่างหากจากกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งระดับ ๖ หรือเทียบเท่า เป็นผู้รับรองการใช้สิทธิของข้าราชการในสังกัด และให้ข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ประเภทวิชาการ ตั้งแต่ระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป ประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภทบริหาร หรือตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๙ ขึ้นไป หรือเทียบเท่า มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของตนเอง
     (๓) ให้ผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ หรือเทียบเท่าเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
     (๔) ยกเลิกการยื่นขอเบิกเงิน การอนุมัติและการเบิกและจ่ายเงินในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ


 

๑๙. เรื่อง ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงการคลังเสนอร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
     (๑) ยกเลิกความในข้อ ๕ และข้อ ๖ ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเดิมกำหนดถ้อยคำสำหรับระดับตำแหน่งตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้กำหนดใหม่โดยเพิ่มเป็นประเภทตำแหน่ง ระดับตำแหน่งในวรรคแรกของข้อ ๕ และข้อ ๖ สำหรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน ฯ ยังคงถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของระเบียบเดิม
     (๒) ให้ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน และระดับอาวุโส ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ที่เคยมีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนตามข้อ ๗ และข้อ ๘ ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้รับเงินค่าตอบแทนในอัตราที่เคยได้รับต่อไป


 

๒๐. เรื่อง ร่างระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้าง และวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ...
-


 

๒๑. เรื่อง ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมประชาสังคมเพื่อการพัฒนา พ.ศ. ....
-


 

๒๒. เรื่อง ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ..)
-


 

๒๓. เรื่อง การบริจาคเงินรอบใหม่แก่มูลนิธิเอเชีย – ยุโรป (Asia-Europe Foundation-ASEF)
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอการบริจาคเงินรอบที่สาม (พ.ศ. ๒๕๕๑-พ.ศ. ๒๕๕๓) เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของมูลนิธิเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Foundation : ASEF) จำนวน ๗,๖๕๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งการบริจาคเป็น ๓ งวด ๆ ละไม่เกิน ๒,๕๕๐,๐๐๐ บาท โดยให้กระทรวงการต่างประเทศปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ และ พ.ศ. ๒๕๕๒ จากงบเงินอุดหนุน รายการเงินอุดหนุนองค์การระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกมาดำเนินการ ส่วนค่าใช้จ่ายในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ให้กระทรวงการต่างประเทศเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ


 

๒๔. เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (จำนวน ๑๒ ราย) (๑. นายประพัฒน์ โพธิวรคุณฯ)
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าชุดใหม่ จำนวน ๑๒ ราย แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมที่ดำรงตำแหน่งมาครบกำหนดสองปีตามวาระ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) ดังนี้
     ๑. ผู้ทรงคุณวุฒิภาคราชการ ประกอบด้วย
         ๑.๑ นายประพัฒน์ โพธิวรคุณ
         ๑.๒ นางพรนภา ไทยเจริญ
         ๑.๓ นายธนวรรธน์ พลวิชัย
         ๑.๔ นายเชิดชัย ขันธ์นะภา
         ๑.๕ นายกฤษฏา อุทยานิน
         ๑.๖ นายสาธิต รังคสิริ
     ๒. ผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน ประกอบด้วย
         ๒.๑ นายฉัตรชัย บุญรันต์
         ๒.๒ นายสมเกียรติ อนุราษฎร์
         ๒.๓ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์
         ๒.๔ นายมังกร ธนสารศิลป์
         ๒.๕ นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล
         ๒.๖ นายสมมาต ขุนเศรษฐ


 

๒๕. เรื่อง รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของสถาบันการบินพลเรือน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๐ และ ๒๕๔๙
-


 

๒๖. เรื่อง รายงานการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน (ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑ มกราคม - ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑)
-


 

๒๗. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
       คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
       (๑) อนุมัติหลักการตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาร่วมกับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอ เพื่อรวมเป็นร่างพระราชบัญญัติฉบับเดียว แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป โดยร่างพระราชบัญญัติ ฯ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอมีสาระสำคัญดังนี้
          (๑.๑) เพิ่มเติมจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีสิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคน
          (๑.๒) เพิ่มเติมการดำเนินการให้มีการเข้าชื่อ การตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ และลายมือชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ในส่วนของหลักฐานแสดงตนของผู้มีสทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
          (๑.๓) เพิ่มเติมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐสภาพิจารณา
          (๑.๔) แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษเกี่ยวกับการที่ผู้ใดกระทำการใดโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือขัดขวางการเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ
       (๒) ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการับข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีไปพิจารณาด้วยว่า กรณีที่บัญญัติให้ผู้ร่วมกันเข้าชื่อเสนอกฎหมายแสดงสำเนาบัตรหรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้และมีหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตรอยู่แล้ว จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องแสดงสำเนาทะเบียนบ้านด้วย และกรณีการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายว่าครบจำนวนตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ควรนำคำวินิจฉัยขององค์กรที่เกี่ยวข้องที่เคยวินิจฉัยไว้แล้วมาพิจาณาด้วย


 

๒๘. เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง ของส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมอยู่ในบังคับบัญชา หรือมีหัวหน้าส่วนราชการรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี และการแต่งตั้งอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญที่มีอนุกรรมการเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอมติ ก.พ. เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง ของส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมอยู่ในบังคับบัญชา หรือมีหัวหน้าส่วนราชการรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี และการแต่งตั้งอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญที่มีอนุกรรมการเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ดังนี้
      ๑. มติ ก.พ. ในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๕๑ วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ให้ อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวงของส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม และไม่สังกัดกระทรวง แต่อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีหรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม และมีหัวหน้าส่วนราชการรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีซึ่งรวมถึง อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวงของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาด้วยอันเป็น อ.ก.พ. สามัญที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามมาตรา ๑๒๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ปฏิบัติหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวงของส่วนราชการตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ฯ ต่อไป จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้ง อ.ก.พ. สามัญใหม่
      ๒. มติ ก.พ. ในการประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๕๑ วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๑ กำหนดให้กรณีของ อ.ก.พ. จังหวัดแพร่ อ.ก.พ. จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ อ.ก.พ. จังหวัดขอนแก่น หากจะแต่งตั้งอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญแทนอนุกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งในขณะที่เหลือจำนวนอนุกรรมการอยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งนั้น ให้แต่งตั้งตามองค์ประกอบตามนัยมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้หลักเกณฑ์วิธีการตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญ มาใช้บังคับโดยอนุโลม


 

๒๙. เรื่อง การจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี ของกระทรวง
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๒-พ.ศ. ๒๕๕๕) ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ร. เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๑ ดังนี้
      ๑. ให้แต่ละกระทรวงปรับปรุงและบูรณาการแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี ของส่วนราชการ และหน่วยงานในกำกับของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน โดยจัดทำแผนการปฏิบัติราชการในลักษณะแบบ Rolling Plan ซึ่งจะต้องมีการทบทวนและปรับปรุงใหม่ให้ทันต่อสถานการณ์ทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีแทนการวางแผนปฏิบัติราชการทุกรอบระยะเวลา ๔ ปีในแบบเดิม ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีมีความจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปีดังกล่าวก่อนครบรอบปีเพื่อให้มีความสอดรับกับช่วงระยะเวลาการเข้าปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีในแต่ละชุด
      ๒. การจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี ของกระทรวงและหน่วยงานในกำกับของฝ่ายบริหาร เพื่อรองรับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน (พ.ศ. ๒๕๕๒-พ.ศ. ๒๕๕๔) ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เมื่อเสนอคณะรัฐมนตรีตามระยะเวลาที่กำหนด ๖๐ วัน นับแต่วันที่แผนการบริหารราชการแผ่นดินประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้แต่ละส่วนราชการนำไปจัดทำรายละเอียดเป็นแผนปฏิบัติราชการประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อใช้เป็นคำขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ตามรูปแบบที่สำนักงบประมาณกำหนด
      ๓. ให้สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับสำนักงบประมาณจัดทำรหัสอ้างอิงที่สามารถเชื่อมโยงความสอดคล้องระหว่างประเด็นยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด/ค่าเป้าหมาย และกลยุทธ์การดำเนินงานของแต่ละส่วนราชการในแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี และประเด็นนโยบาย ตัวชี้วัด/ค่าเป้าหมาย และกลยุทธ์การดำเนินงานในแผนการบริหารราชการแผ่นดินได้


 

๓๐. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๕๑
-


 

๓๑. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้นและการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
       คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
       (๑) อนุมัติหลักการตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอรางกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้
       (๒) ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย ในการหาแนวทางสนับสนุนด้านกำลังและอุปกรณ์ส่งเสริมให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจในกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Draft Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on the Implementation of the ACMECS Single Visa) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป


 

๓๒. เรื่อง ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การแก้ไขพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าที่มีมาตรการนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นไปตามพิกัดอัตราศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ ๒๐๐๗ พ.ศ. ....
-


 

๓๓. เรื่อง การเปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินงานจากจ้างเหมาเป็นดำเนินการเอง สำหรับรายการก่อสร้างสะพานลอยที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข ๔ กับ ๓๒๑ (ทางแยกต่างระดับนครปฐม)
-


 

๓๔. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
       คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอร่างพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป โดยร่างพระราชบัญญัติ ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
       (๑) กำหนดให้คณะกรรมการปุ๋ย สามารถกำหนดราคาขายปุ๋ย และให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งปริมาณ สถานที่ ต้นทุน ค่าใช้จ่ายและการอื่นใดเกี่ยวกับปุ๋ย รวมทั้งกำหนดท้องที่หรือระยะเวลาในการใช้บังคับประกาศของคณะกรรมการปุ๋ย
       (๒) กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องขายปุ๋ยไม่เกินราคาที่คณะกรรมการปุ๋ยกำหนด
       (๓) กำหนดอัตราโทษของผู้รับใบอนุญาตที่ขายปุ๋ยเกินกว่าราคาที่คณะกรรมการปุ๋ยกำหนดให้มีความเหมาะสม


 

๓๕. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างพระราชกฤษฎีกา ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
     (๑) เพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ให้สามารถดำเนินกิจการครอบคลุมวัตถุประสงค์การใช้พื้นที่สวนเฉลิมพระเกียรติ ฯ ราชพฤกษ์ ๒๕๔๙ จำนวน ๓ ข้อ ดังนี้
        (๑.๑) เป็นศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตรและการอนุรักษ์พันธุ์พืช
        (๑.๒) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและผักผ่อนทางด้านการเกษตรและวัฒนธรรม
        (๑.๓) เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการด้านการเกษตร ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และด้านอื่น ๆ


 

๓๖. เรื่อง ขออนุมัติจัดซื้อรถประจำตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ทดแทนรถคันเดิม
     คณะรัฐมนตรีมีมติเกี่ยวกับการจัดซื้อรถประจำตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ทดแทนรถคันเดิม ตามข้อเสนอของกระทรวงวัฒนธรรม ดังนี้
     ๑. ให้กระทรวงวัฒนธรรมปฏิบัติให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๑ (เรื่อง การปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรีเรื่อง การเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งสำหรับข้าราชการผู้มีสิทธิได้รถประจำตำแหน่ง) โดยให้อธิบดีกรมศิลปากรใช้วิธีรับเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งสำหรับข้าราชการผู้มีสิทธิได้รถประจำตำแหน่งแทนการให้ทางราชการจัดหารถทดแทนรถคันเดิม
     ๒. ให้สำนักงบประมาณพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องโดยด่วน เพื่อปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. ๒๕๒๓ ให้เหมาะสม ชัดเจน และมีความคล่องตัวในทางปฏิบัติมากยิ่งขึ้นต่อไป


 

๓๗. เรื่อง โครงการเงินกู้ในประเทศประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑ จำนวน ๓ โครงการ
-


 

๓๘. เรื่อง โครงการศูนย์ต้นแบบระบบผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากชีวมวล
      คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
      ๑. เห็นชอบตามความเห็นของสำนักงบประมาณให้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยดำเนินโครงการศูนย์ต้นแบบระบบผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากชีวมวล ในวงเงิน ๓๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ระยะเวลาดำเนินงาน ๔ ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒-พ.ศ. ๒๕๕๕) ส่วนงบประมาณค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินโครงการ ฯ สำนักงบประมาณจะพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนงานและผลการดำเนินโครงการ ฯ ต่อไป ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้มีการเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้แล้วเป็นเงิน ๗๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
      ๒. ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับความเห็นของกระทรวงพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ให้กระทรวงพลังงานเป็นผู้รับผิดชอบภารกิจการผลิตและส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงจากพืชพลังงานร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย และให้สถาบันวิจัย ฯ หารือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติและกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เกี่ยวกับรูปแบบการวิจัย เทคโนโลยีที่ใช้ รวมทั้งบุคลากรที่สถาบันวิจัย ฯ จำเป็นต้องจัดจ้างใหม่ เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าต่อการลงทุน ไม่ซ้ำซ้อน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้ สถาบันวิจัย ฯ ควรตรวจสอบและทบทวนแผนการใช้จ่ายงบประมาณของโครงการ ฯ ในหมวดตอบแทนและค่าใช้สอย เช่น ค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่ารถรับส่งผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ เป็นต้น ให้มีความสอดคล้องกับระเบียบของกระทรวงการคลังเพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปอย่างถูกต้องและปฏิบัติได้จริง ไปพิจารณาดำเนินการด้วย


 

๓๙. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลคันโช้ง ตำบลบ้านยาง ตำบลท่างาม ตำบลวัดโบสถ์ ตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ ตำบลทับยายเชียง ตำบลหอกลอง อำเภอพรหมพิราม ตำบลบ้านกลาง ตำบลวังทอง ตำบลวังพิกุล ตำบลแม่ระกา อำเภอวังทอง และตำบลบ้านป่า ตำบลมะขามสูง ตำบลปากโทก ตำบลหัวรอ ตำบลดอนทอง ตำบลสมอแข ตำบลอรัญญิก ตำบลในเมือง ตำบลบึงพระ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. ....
-


 

๔๐. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ และตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ และตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญคือ กำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ และตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และให้ดำเนินการต่อไปได้


 

๔๑. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลบางนายสี และตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
-


 

๔๒. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลโพรงจระเข้ และตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลโพรงจระเข้ และตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญคือ กำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลโพรงจระเข้ และตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และให้ดำเนินการต่อไปได้


 

๔๓. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินในที่จำแนกออกจากป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ในท้องที่จังหวัดตรัง จำนวน ๔ ฉบับ
-


 

๔๔. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน ๕ ฉบับ
     คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
     (๑) เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน ๕ ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้ ดังนี้
         (๑.๑) ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลควนกรด ตำบลเขาขาว ตำบลนาไม้ไผ่ ตำบลเขาโร อำเภอทุ่งสง และตำบลบางขัน ตำบลบ้านลำนาว อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
         (๑.๒) ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตดิน ในท้องที่ตำบลเขาเขน ตำบลเขาต่อ อำเภอปลายพระยา และตำบลนาเหนือ ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
         (๑.๓) ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลช้างกลาง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
         (๑.๔) ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
         (๑.๕) ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลบ่อไทย ตำบลวังท่าดี ตำบลท่าด้วง อำเภอหนองไผ่ และตำบลสระแก้ว อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
     (๒) ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกาทั้งข้อ (๑.๑), (๑.๒), (๑.๓) และ (๑.๕) มีแนวเขตปฏิรูปที่ดินบางส่วนอยู่ในพื้นที่ที่ควรสงวนไว้ไม่นำไปปฏิรูปที่ดิน จึงเห็นควรให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประสานกับกรมป่าไม้เมื่อจะเข้าดำเนินการปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว ไปพิจารณาดำเนินการด้วย


 

๔๕. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินในท้องที่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดพังงา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน ๕ ฉบับ
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินในท้องที่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดพังงา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน ๕ ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างพระราชกฤษฎีกาทั้ง ๕ ฉบับ มีสาระสำคัญดังนี้
      (๑) กำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี และตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
      (๒) กำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลคำไหล อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
      (๓) กำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลหนองสิม และตำบลหนองผือ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
      (๔) กำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลโคกก่ง ตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน ตำบลหนองไฮ อำเภอเสนางคนิคม ตำบลหนองข่า ตำบลคำโพน อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ และตำบลหนองผือ อำเภอเขมราฐ ตำบลโนนสวาง อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
      (๕) กำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลเกาะยาว และตำบลเกาะยาวใหญ่ อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน


 

๔๖. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่จังหวัดเลย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดแพร่ จังหวัดตาก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกระบี่ และจังหวัดสงขลา จำนวน ๒๔ ฉบับ
-


 

๔๗. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล) ประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพเสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกองทุน ฯ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ฯ ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ฯ และให้ดำเนินการต่อไปได้


 

๔๘. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างพระราชกฤษฎีกา ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
     (๑) กำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะศาสตร์ และสาขาวิชาอุตสาหกรรมศาสตร์
     (๒) กำหนดครุยวิทยฐานะ มีสามชั้น คือ ครุยดุษฎีบัณฑิต ครุยมหาบัณฑิต และครุยบัณฑิต รวมทั้งกำหนดครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณาจารย์มหาวิทยาลัย
     (๓) กำหนดเข็มวิทยฐานะ มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลย ทำด้วยโลหะดุนนูนชุบสีทอง ส่วนพื้นของพระราชลัญจกรและดอกบัวลงยาสีน้ำเงิน ส่วนพื้นที่ของชื่อมหา
วิทยาลัยงยาสีขาว ความสูง ๖ เซนติเมตร ด้านหลังเรียบจารึกชื่อตัว ชื่อสกุล และเลขรหัสประจำตัว
     (๔) กำหนดให้สีทับทิมแดงเป็นสีประจำคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สีชมพูเป็นสีประจำคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ สีฟ้าเป็นสีประจำคณะบริหารธุรกิจ สีเหลืองเป็นสีประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สีเลือดหมูเป็นสีประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ สีแสดเป็นสีประจำคณะศิลปะศาสตร์ และสีม่วงเป็นสีประจำคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ


 

๔๙. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. ....
    คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญคือ กำหนดตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และให้ดำเนินการต่อไปได้


 

๕๐. เรื่อง รายงานการเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีสหภาพสมาชิกรัฐสภาเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ ๗๓ และการประชุมสมัชชาใหญ่ฯ ครั้งที่ ๓๙
-


 

๕๑. เรื่อง การถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการค้าไทย” แด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่มูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสนอขอถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการค้าไทย” แด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนแสดงออกถึงซึ่งความกตัญญูกตเวทีและเป็นที่ยึดเหนียวจิตใจแก่ผู้ประกอบธุรกิจการค้า


 

๕๒. เรื่อง ขออนุมัติหลักการจัดทำบันทึกข้อตกลงให้นักบิน ทอ. ไปฝึกบินกับบริษัทการบินในประเทศ
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามมติที่ประชุมร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม (สำนักงานปลัดกระทรวง กองทัพอากาศ และกรมพระธรรมนูญ) กระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) สำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน ก.พ.ร. เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งมีมติอนุมัติในหลักการการจัดทำบันทึกข้อตกลงให้นักบิน ทอ. ไปฝึกบินกับบริษัทการบินในประเทศ ดังนี้
      ๑. ให้กองทัพอากาศ (ทอ.) จัดทำบันทึกข้อตกลงกับบริษัทการบินในประเทศ ให้นักบินของ ทอ. ไปฝึกบิน และข้าราชการของ ทอ. ไปฝึกปฏิบัติงานกับบริษัทการบินในประเทศ โดยไม่ระบุแบบเครื่องบินและชื่อบริษัทเพื่อให้เกิดความอ่อนตัวในการรับมอบเครื่องบินแบบใหม่ในอนาคตสำหรับใช้งานเป็นเครื่องพระราชพาหนะ ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ ทั้งนี้ ให้ ทอ. รับประเด็นอภิปรายของที่ประชุมเกี่ยวกับการจัดทำบันทึกข้อตกลง ฯ ควรมีสาระสำคัญในประเด็นต่าง ๆ ที่ครบถ้วน ชัดเจน และปฏิบัติได้โดยเป็นการรักษาประโยชน์ระหว่างกันทั้งในส่วนของ ทอ. บริษัทการบินเอกชน และนักบิน ไปประกอบการจัดทำร่างบันทึกข้อตกลง ฯ และส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา และให้ความเห็นชอบก่อนลงนามกับบริษัทการบินในประเทศต่อไป
      ๒. ให้การไปฝึกบินกับบริษัทการบินในประเทศของนักบิน ทอ. ตามบันทึกข้อตกลง ฯ เป็นการไปปฏิบัติราชการที่ให้นับเวลาราชการ และได้รับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ตามปกติ รวมทั้งให้เหล่าทัพต่าง ๆ ภายในกระทรวงกลาโหมที่จะจัดซื้อเครื่องบินพระราชพาหนะ และมีกรณีจำเป็นต้องจัดส่งนักบินไปฝึกบินกับบริษัทการบินในประเทศสามารถดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลงกับบริษัทการบินในประเทศได้ตามแนวทางเดียวกับที่ ทอ. ได้รับอนุมัติ
      ๓. ในระยะยาวให้กระทรวงกลาโหมเร่งรัดดำเนินการจัดทำระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการไปฝึกอบรมของข้าราชการทหารในหน่วยงานอื่นในประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อใช้ดำเนินการสำหรับการไปฝึกอบรมในหน่วยงานเอกชนของข้าราชการทหารในทำนองเดียวกับข้าราชการพลเรือนซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับแล้วตามระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการโดยการให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๙


 

๕๓. เรื่อง ขออนุมัติเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณค่าก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยและบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค ๘ และศาลแรงงานภาค ๘ จำนวน ๗๘ หน่วย พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ
-


 

๕๔. เรื่อง การประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการลดความยากจนภายใต้กรอบ BIMSTEC
-


 

๕๕. เรื่อง การรื้อฟื้นตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย
-


 

๕๖. เรื่อง ขออนุมัติลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เรื่องการพัฒนาการฝึกอบรมด้านวิชาชีพในประเทศยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง (ACMECS)
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เรื่อง การพัฒนาการฝึกอบรมด้านวิชาชีพในประเทศยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) และหากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างบันทึกความเข้าใจ ฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญก่อนมีการลงนาม ให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีก และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจ ฯ ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างบันทึกความเข้าใจ ฯ มีดังนี้
     ๑. ขยายความร่วมมือและประสานงานระหว่างประเทศสมาชิกในการพัฒนาการฝึกอบรมด้านวิชาชีพให้กับประเทศสมาชิก ACMECS โดยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศสมาชิกในสาขาการศึกษา การฝึกอบรมด้านอาชีวศึกษา เพิ่มขีดความสามารถในการวางนโยบายและแผนงาน รวมทั้งดำเนินการตามแผนงาน เพิ่มคุณภาพของผู้รับการอบรมของประเทศ ACMECS ผ่านโครงการแลกเปลี่ยน การฝึกอบรม สัมมนา ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาด้านอาชีวศึกษา การฝึกอบรมในประเทศ ACMECS และการเพิ่มคุณภาพของสถาบันฝึกอบรมด้านอาชีวศึกษา
     ๒. ร่วมมือและประสานกันในกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การจัดหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น จัดการดูงานในไทยและเวียดนามสำหรับผู้เข้ารับการอบรมจากประเทศสมาชิก จัดการหารือและการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับแบบอย่างการปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการบริหารการฝึกอบรมและการศึกษาวิชาชีพ จัดทำโครงการให้ทุนแก่ผู้ที่จะฝึกสอนผู้เข้ารับการอบรม


 

๕๗. เรื่อง ขออนุมัติงบกลางเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในฐานะสมาชิกคณะประศาสน์การองค์การแรงงานระหว่างประเทศ
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการให้กระทรวงแรงงานส่งคณะผู้แทนในนามประเทศไทยเข้าร่วมประชุมคณะประศาสน์การขององค์การแรงงานระหว่างประเทศตามวาระการดำรงตำแหน่ง คือระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ หรือเมื่อองค์การแรงงานระหว่างประเทศแจ้งการสิ้นสุดวาระ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ส่วนค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวให้กระทรวงแรงงานปรับแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่ได้รับไปดำเนินการในโอกาสแรกก่อน หากไม่เพียงพอให้ทำความตกลงกับสำนักงบประมาณต่อไป


 

๕๘. เรื่อง การจัดหาเงินกู้เพื่อดำเนินโครงการรับจำนำข้าวและผลผลิตทางการเกษตร
-


 

๕๙. เรื่อง ปฏิญญาการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ ๓ และปฏิญญาผู้นำว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว
       คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอร่างปฏิญญาการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ ๓ และปฏิญญาผู้นำว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เนื่องจากร่างปฏิญญาทั้งสองฉบับเป็นเอกสารที่เป็นผลของการประชุมที่แสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองและนโยบายของประเทศสมาชิก ACMECS ในการดำเนินความร่วมมือในกรอบ ACMECS ซึ่งมิได้มีสถานะเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ และหากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงปฏิญญาดังกล่าวในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญก่อนมีการรับรอง ให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีก


 

๖๐. เรื่อง การเตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒
-


 

๖๑. เรื่อง ขอความเห็นชอบการลงนามในรายงานการประชุมคณะมนตรี ครั้งที่ ๑๕
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงนามในรายงานการประชุมคณะมนตรี ครั้งที่ ๑๕ (The Minutes of ๑๕th Meeting of MRC Council) ตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๕๐ และให้ส่ง เรื่อง การลงนามในรายงานการประชุมคณะมนตรี ฯ เพื่อขอความเห็นชอบของรัฐสภาโดยด่วนต่อไป โดยให้ส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไปในคราวเดียวกัน


 

๖๒. เรื่อง เลื่อนและแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ระดับ ๑๐ (จำนวน ๑๐ ราย) (๑. นายทวีศักดิ์ เดชเดโชฯ)
-


 

๖๓ . เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน ๒ ราย (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ และพลตำรวจโท ชัยยันต์ มะกล่ำทอง)
-


 

๖๔. เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (ศาสตราจารย์กระแส ชนะวงศ์)
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายโอฬาร ไชยประวัติ) เสนอแต่งตั้งศาสตราจารย์กระแส ชนะวงศ์ เป็นข้าราชการการเมืองตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายโอฬาร ไชยประวัติ) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) เป็นต้นไป


 

๖๕. เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (จำนวน ๒ ราย) (นายเสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ และนายอำรุง จันทวานิช)
-


 

๖๖. เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ (จำนวน ๕ ราย) (๑. นายสันทัด สมชีวิตาฯ)
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ชุดใหม่ จำนวน ๕ แทน แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมที่ดำรงตำแหน่งมาครบกำหนดสองปีตามวาระ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เป็นต้นไป ดังนี้
      ๑. นายสันทัด สมชีวิตา
      ๒. นายพีรศักดิ์ วรสุนทโรสถ
      ๓. นายทวี บุตรสุนทร
      ๔ นายปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์
      ๕. นางนงลักษณ์ ปานเกิดดี


 

๖๗. เรื่อง แต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การสวนยาง (จำนวน ๓ ราย) (๑. นายอภิชาต พงษ์ศรีหดุลชัยฯ)
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การสวนยาง จำนวน ๓ คน แทนกรรมการอื่นที่ลาออก ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) เป็นต้นไป ดังนี้
      ๑. นายอภิชาต พงษ์ศรีหดุลชัย       ด้านการบริหารจัดการการเกษตรภาครัฐ
      ๒. นายนิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน          ด้านการตลาดและการจัดการเกษตร
      ๓. นายอำนวย ปะติเส                  ด้านบริหารจัดการภาคเอกชน


 

๖๘. เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและแก้ไขปัญหาหนี้สินและการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร รวม ๒ คณะ
     คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและแก้ไขปัญหาหนี้สินและการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร รวม ๒ คณะ ดังนี้
     (๑) คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๗๖/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกรสภาประชาชน ๔ ภาค มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร) เป็นประธานกรรมการ และผู้แทนสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นกรรมการและเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่ดินของเกษตรกรสภาประชาชน ๔ ภาค และกำหนดแนวทางมาตรการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรสภาประชาชน ๔ ภาค
     (๒) คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๗๗/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินและฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรสภาประชาชน ๔ ภาค มีรองนายกรัฐมนตรี (พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์) เป็นประธานกรรมการ และผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นกรรมการและเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับหนี้สินของเกษตรกรและการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร และแนวทางความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการฟื้นฟูอาชีพโดยการปลูกไม้ใช้หนี้ของเกษตรกรสภาประชาชน ๔ ภาค และกำหนดแนวทางมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินและการฟื้นฟูอาชีพอย่างยั่งยืน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง


 

๖๙. เรื่อง การสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้แจ้งความเห็นของประธานวุฒิสภาเกี่ยวกับการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการดำเนินการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ที่เห็นว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นการตรวจสอบในชั้นของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะหน่วยงานทางธุรการของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ยังมิได้มีการเสนอเรื่องดังกล่าวให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่ประการใด สมควรให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติไว้แล้วเท่านั้น ไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป


 

๗๐. เรื่อง เสนอความต้องการงบประะมาณสำหรับการหารือเพื่อยุติความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้
-


 

๗๑. เรื่อง การต่ออายุสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีของสำนักงานธนานุเคราะห์
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการต่ออายุสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารออมสิน (ธอส.) ของสำนักงานธนานุเคราะห์ เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำรองหมุนเวียนรับจำนำและใช้จ่ายในการบริหารการเงินให้เกิดสภาพคล่อง ในวงเงิน ๕๐๐ ล้านบาท ออกไปอีก ๒ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ


 

๗๒. เรื่อง การให้ความเห็นชอบบุคคลที่รัฐบาลมาเลเซียเสนอให้เข้าดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (Deputy Chief Executive Officer : DCEO) ขององค์กรร่วมไทย – มาเลเซีย
-


 

๗๓. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ตรวจราชการ ๑๐) (จำนวน ๓ อัตรา) (๑. นางรังสี พันธุมจินดาฯ)
-


 

๗๔. เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน ๒ ราย (นายจิรัฎฐ์ สันติวงษ์สกุล และนายบัวสอน ประชามอญ)
-


 

๗๕. เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (จำนวน ๒ ราย) (นางสาวศุภมาส อิศรภักดี และนายธวัชชัย สุทธิบงกช)
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน ๒ ราย โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) เป็นต้นไป ดังนี้ (๑) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (๒) นายธวัชชัย สุทธิบงกช ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข


 

๗๖. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (นางสาวภูวนิดา คุนผลิน)
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งนางสาวภูวนิดา คุนผลิน เป็นข้าราชการการเมืองในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) เป็นต้นไป


 

๗๗. เรื่อง แต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (จำนวน ๖ ราย) (๑. นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ฯ)
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน ๖ คน แทนกรรมการชุดเดิมที่ดำรงตำแหน่งมาครบกำหนดสองปีตามวาระ ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) เป็นต้นไป ดังนี้
      ๑. นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์
      ๒. นายสงขลา วิชัยขัทคะ
      ๓. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง
      ๔. นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์
      ๕. นายศุภชัย จงศิริ ผู้แทนกระทรวงการคลัง
      ๖. นายวรวีร์ มะกูดี


 

๗๘. เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (จำนวน ๑๒ ราย) (๑.พลตำรวจโท เอก อังสนานนท์ฯ)
-


 

๗๙. เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง (นายเพิก เลิศวังพง)
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งนายเพิก เลิศวังพง เป็นกรรมการอื่นในคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง แทนนายจำนงค์ คงศิลป์ ซึ่งได้ลาออก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) จนถึงวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันครบวาระ ๒ ปี ของคณะกรรมการ ฯ ชุดซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙


 

๘๐. เรื่อง รายงานการช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง
-


 

๘๑. เรื่อง รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย [นายมุฮัมมัด อาลี อะห์เมด อิมรอน อัล ชามซี (Mr. Mohammed Ali Ahmed Omran Al Shamsi)]
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งนายมุฮัมมัด อาลี อะห์เมด อิมรอน อัล ชามซี (Mr. Mohammed Ali Ahmed Omran AI Shamsi) ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทยคนใหม่ สืบแทน นายซาลิม อิสซา อี อัล กัตตาม, อัล ซาอาบี (Mr. Salim Issa Ali Al Kattam, Al Zaabi) โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงเทพมหานคร


 

๘๒. เรื่อง รัฐบาลสาธารณรัฐลิทัวเนียเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย [นางสาวซิกุเต ยัคชโตนีเต (Miss Sigute Jakstonyte)]
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งนางสาวซิกุเต ยัคชโตนีเต (Miss Sigute Jakstonyte) ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐลิทัวเนียประจำประเทศไทยคนใหม่ สืบแทน นายกีนูติส เดนีอุส วอเวริส (Mr. Ginutis Dainius Vovenris) โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงวิลนีอุส


 

๘๓. เรื่อง รัฐบาลมาเลเซียเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย [ดาโต๊ะฮุสนี ไซ บิน ยาโคบ (Dato´ Husni Zai Bin Yaacob)]
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้งดาโต๊ะฮุสนี ไซ บิน ยาโคบ (Dato Husni Zai Bin Yaacob) ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งมาเลเซียประจำประเทศไทยคนใหม่ สืบแทน ดาโต๊ะซารานี บิน อิบราฮิม (Dato Shaarani Bin Ibranhim) โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงเทพมหานคร


 

๘๔. เรื่อง ขอความร่วมมือในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์การใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติ
     คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอขอความร่วมมือประชาชน และหน่วยงานทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจังหวัด ในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการลดปริมาณขยะ ภายใต้แนวคิด หนึ่งครอบครัว หนึ่งกระทง และการใช้กระทงซึ่งประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกและโฟม ลดมลภาวะทางน้ำ และลดภาวะโลกร้อน


 

๘๕. เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ)
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้งนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย แทนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ โดยให้ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) เป็นต้นไป


 

๘๖. เรื่อง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ (ข้อมูล ณ วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)
     คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลรายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย ประจำวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสรุปได้ดังนี้สภาพอากาศในช่วงวันที่ ๑๖-๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศอุ่นขึ้น กับมีหมอกเพิ่มมากขึ้นในตอนเช้าสำหรับภาคใต้จะมีฝนเป็นแห่ง ๆ ถึงกระจาย ส่วนในช่วงวันที่ ๑๘-๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก และอุณหภูมิจะลดลง ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นทำให้ภาคใต้มีฝนตกเพิ่มขึ้นและคลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นพื้นที่ที่อยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการเกิดภัยดินถล่ม คือ จังหวัดจันทบุรี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และสุราษฎร์ธานี โดยกรมทรัพยากรธรณีกำลังประสานงานโดยตรงกับเครือข่ายแจ้งเหตุธรณีพิบัติภัยในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตรวจสอบพบดินไหล บริเวณเขาเม่น อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง ทำให้พื้นที่สวนลองกองเสียหายประมาณ ๑ ไร่ไม่มีความเสียหายด้านชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ได้ประสานกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง ในการกำหนดมาตรการแก้ไขให้เหมาะสมกับสภาพธรณีวิทยาแล้ว


 

๘๗. เรื่อง สรุปสถานการณ์ภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ครั้งที่ ๒๔ ช่วงวันที่ ๒๘ ตุลาคม – ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
-


 

๘๘. เรื่อง รายงานสถานการณ์น้ำและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)
-


 

๘๙. เรื่อง รายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย ประจำวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
-


 

๙๐. เรื่อง รายงานสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัย (วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๑)
-


 

๙๑. เรื่อง รายงานผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ ๓๐ และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับรัฐมนตรีของจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ ๘
-


 

๙๒. เรื่อง การนำเสนอข้อมูลสภาวะอากาศ (วันที่ ๒๗ ตุลาคม – ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)
-


 

๙๓. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง
-


 

๙๔. เรื่อง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ
-


 

๙๕. เรื่อง การจัดทำคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา และการจัดการประชุมชี้แจงนโยบายของรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐ
-


 

๙๖. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ....
-


 

๙๗. เรื่อง ผลัดเวรเฝ้าฯ ของคณะรัฐมนตรีในงานพระราชพิธี รัฐพิธี และโอกาสสำคัญต่าง ๆ
-


 

๙๘. เรื่อง รายงานสรุปสภาวะของประเทศปี ๒๕๕๑
-


 

๙๙. เรื่อง สรุปสถานการณ์ภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ครั้งที่ ๑๘ ช่วงวันที่ ๑๕ – ๒๔ กันยายน ๒๕๕๑
-


 

๑๐๐. เรื่อง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๑)
-


 

๑๐๑. เรื่อง รายงานสถานการณ์อุทกภัย
-


 

๑๐๒. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน ๒ ราย โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) ดังนี้
      (๑) นายจิรัฏฐ์ สันติวงษ์สกุล เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข)
      (๒) นายบัวสอน ประชามอญ เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการประจำรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข)


 

๑๐๓. เรื่อง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ
-


 

๑๐๔. เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (พลตำรวจโท ชัยยันต์ มะกล่ำำทอง)
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งพลตำรวจโท ชัยยันต์ มะกล่ำทอง เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) เป็นต้นไป


ประจำวันอังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

 

๑. เรื่อง บริษัท เติมเอนยิเนียริ่ง จำกัด ขออนุญาตส่งยุทธภัณฑ์ออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ
       คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอผ่อนผันให้บริษัท เติมเอนยิเนียริ่ง จำกัด ส่งแก๊ป (NONELECTRIC DELAY DETONATORS) SURFACE DETONATOR (TRUKLINE DELAY) ๔๒ MS จำนวน ๑๐๐ ดอก หรือ ๑๐๐ ROLL (หนึ่งดอกความยาวเท่ากับ ๓๐๐ เมตร) เพื่อจำหน่ายให้กับบริษัท ลานช้าง มิเนอเรนส์ จำกัด (LANE XANG MINERALS LIMITED) สำนักงานเซโปน จังหวัดสวรรณเขต ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อนำไปใช้ในเหมืองทองแดงและเหมืองทองที่เหมืองเซโปน


 

๒. เรื่อง การขอคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินราชพัสดุ รายนายเหลือง ศรีวิไล กับพวกรวม ๑๓ ราย
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
      ๑. อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินราชพัสดุตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก เลขที่ ๕๗๗, ๗๔๙, ๑๔๖๑, ๑๔๖๓, ๓๑๕๓, ๓๑๕๔, ๓๑๕๕ (โฉนดเลขที่ ๓๙๔๕), ๓๑๕๖, ๓๑๕๗, ๓๑๘๒, ๓๑๘๓, ๓๑๘๔, และ ๓๑๘๕ ตำบลศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ คืนให้แก่ผู้ยกให้หรือผู้จัดการมรดกของผู้ยกให้ เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามข้อ ๑๐ แห่งกฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๕๐
      ๒. ให้กระทรวงมหาดไทยรับข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการบริจาคที่ดินของเอกชนเพื่อใช้ประโยชน์ทางราชการ นั้น การจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวแก่ราชการ จะไม่มีภาระค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่ประการใด แต่เมื่อทางราชการมิได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ของการบริจาค และผู้ยกให้หรือผู้จัดการมรดกของผู้ยกให้ขอคืนที่ดินนั้นตามหลักเกณฑ์ของกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสารณสมบัติของแผ่นดินโดยเฉพาะ พ.ศ. ๒๕๕๐ ปรากฏว่าผู้ยกให้หรือผู้จัดการมรดกของผู้ยกให้ต้องเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการโอนและรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ ตลอดจนค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีเงินได้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามกฎหมายกำหนดทั้งหมด ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ยกให้หรือผู้จัดการมรดกของผู้ยกให้ในกรณีข้างต้นต่อไป


 

๓. เรื่อง มาตรการและแนวทางการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒
-


 

๔. เรื่อง รายงานผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปี ๒๕๕๑ สำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑
-


 

๕. เรื่อง ขออนุมัติหลักการการดำเนินงานพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสถานกีฬาใน "ปีแห่งการท่องเที่ยวไทย"
-


 

๖. เรื่อง ห้ามการนำเข้าไม้และสิ่งประดิษฐ์ที่ทำด้วยไม้พะยูง รวมทั้งห้ามการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
-


 

๗. เรื่อง การขยายระยะเวลาแผนกิจกรรมทวิภาคี ระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานสิทธิบัตรยุโรป
      คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
      ๑. เห็นชอบการขยายระยะเวลาแผนกิจกรรมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานสิทธิบัตรยุโรป (European Patent Office : EPO) ออกไปอีก ๒ ปี ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ
      ๒. ให้กระทรวงพาณิชย์รับความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับแผนกิจกรรมทวิภาคีนี้มีสาระเกี่ยวกับความร่วมมือทางทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นเรื่องที่อ่อนไหวและอาจกระทบต่อประชาชนในท้องถิ่นและเศรษฐกิจของถิ่นไทยได้ ดังนั้น เมื่อคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๖-๗ ลงวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ด้วยแล้ว การทำหนังสือแลกเปลี่ยนดังกล่าวจึงน่าจะเป็นการจัดทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวางที่จะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาโดยด่วนต่อไป


 

๘. เรื่อง การเดินทางไปราชการรัฐสุลต่านโอมาน ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รัฐกาตาร์ และราชอาณาจักรบาห์เรน
-


 

๙. เรื่อง ขอความเห็นชอบร่างนโยบายการพัฒนามาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของประเทศไทยให้เป็นมาตรฐานสากล
-


 

๑๐. เรื่อง ขออนุมัติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดสรรสิทธิประโยชน์อันเกิดจากสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอการจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้ประดิษฐ์หรือผู้มีส่วนร่วมในการประดิษฐ์ตามหลักเกณฑ์การจัดสรรสิทธิประโยชน์อันเกิดจากสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาว่าด้วยการจัดสรรสิทธิประโยชน์อันเกิดจากสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นการเฉพาะสำหรับสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา โดยให้กระทรวงศึกษาธิการขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๔ ก่อนอนุมัติให้นำเงินรายได้ไปใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง ตามความเห็นของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ


 

๑๑. เรื่อง การขออนุญาตขยายเวลาการคงสิทธิกำลังการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลแม่วัง
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ดังนี้
      ๑. ขยายเวลาการก่อสร้าง ติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตของบริษัทอุตสาหกรรมน้ำตาลแม่วัง จำกัด ออกไปอีก ๕ ปี หากมีเหตุจำเป็นอื่นใด ให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม
      ๒. ให้กระทรวงอุตสาหกรรมรับความเห็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เห็นควรให้การสนับสนุนการขออนุญาตขยายเวลาการคงสิทธิกำลังการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรมควรกำกับดูแลให้โรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลแม่วังประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ปลูกอ้อยส่งโรงงานทราบเป็นการล่วงหน้าถึงระยะเวลาที่โรงงานจะย้ายไปจากพื้นที่ และประสานงานหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ อาทิ สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ต้องการปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น ไปพิจารณาด้วย


 

๑๒. เรื่อง รัฐบาลสาธารณรัฐเซอร์เบียเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย [นายโซรัน คาซาโซวิช (Mr. Zoran Kazazovic)]
-


 

๑๓. เรื่อง รัฐบาลสาธารณรัฐจิบูตีเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย [นายอะห์เมด อาไรตา อาลี (Mr. Ahmed Araita Ali)]
-


 

๑๔. เรื่อง รัฐบาลสาธารณรัฐเซียร์ราลีโอนเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย [อัลฮัจญี อับดุล กะรีม กูรูมา (Alhaji Abdul Karim Koroma)]
-


 

๑๕. เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการ (กระทรวงสาธารณสุข) (จำนวน ๒ ราย) (นางชวนพิศ สุทธินนท์ และนายประเสริฐ ธนกิจจารุ)
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำรงตำแหน่งระดับ ๑๐ จำนวน ๒ ราย ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนี้
     ๑. นางชวนพิศ สุทธินนท์ ดำรงตำแหน่งนายแพทย์ ๑๐ วช. ด้านเวชกรรม สาขาอายุรกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑
      ๒. นายประเสริฐ ธนกิจจารุ ดำรงตำแหน่งนายแพทย์ ๑๐ วช. ด้านเวชกรรม สาขาอายุรกรรม กลุ่มงานอายุรศาสตร์ กลุ่มภารกิจวิชาการ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑


 

๑๖. เรื่อง ขออนุมัติเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันและยกเว้นไม่ปฏิบัติตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๑ กรณีการจัดสรรงบประมาณในปีแรก เป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐
     คณะรัฐมนตรีมีมติตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอดังนี้
     ๑. อนุมัติเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันสำหรับค่าก่อสร้างอาคารชุดที่พักราชการ ขนาด ๑๘ ยูนิต ๒ หลัง ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นจำนวนเงิน ๓๓,๕๒๐,๐๐๐ บาท ประกอบด้วย
         ๑.๑ อาคารที่พักราชการ ขนาด ๑๘ ยูนิต สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดสระบุรี จำนวน ๑ หลัง วงเงิน ๑๖,๔๘๐,๐๐๐ บาท
         ๑.๒ อาคารชุดที่พักราชการ ขนาด ๑๘ ยูนิต สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน ๑ หลัง วงเงิน ๑๗,๐๔๐,๐๐๐ บาท
      ๒. ยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๑ กรณีการจัดสรรงบประมาณในปีแรก เป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐ ของวงเงินทั้งสิ้นจำนวน ๓๓,๕๒๐,๐๐๐ ให้กับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
      ๓. ค่าใช้จ่ายสำหรับการก่อสร้างอาคารชุดดังกล่าวให้ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ แผนงบประมาณ : บริหารจัดการภาครัฐ ผลผลิต : เด็กและเยาวชนได้รับการควบคุม ดูแล บำบัดแก้ไข ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัย งบลงทุน ลักษณะค่าสิ่งก่อสร้าง จำนวน ๕,๖๐๐,๐๐๐ บาท ที่สำนักงบประมาณได้เสนอตั้งงบประมาณรองรับไว้แล้ว จำนวน ๒๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับงบประมาณในส่วนที่ยังขาดอยู่เนื่องจากวงเงินที่อนุมัติตามผลการประกวดราคาสูงกว่าวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรไว้ รวม ๒ ปี อยู่อีกจำนวน ๕,๕๒๐,๐๐๐ บาท ให้ปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ จากรายการที่ดำเนินการจนบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว และมีงบประมาณเหลือจ่าย หรือพิจารณาทบทวนโครงการ/รายการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว หมดความจำเป็นหรือมีลำดับความสำคัญต่ำมาดำเนินการเพื่อการนี้ก่อน โดยขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณอีกครั้งหนึ่ง เมื่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ


 

๑๗. เรื่อง ขออนุมัติเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ รายการก่อสร้างกลุ่มอาคารหอพักและศูนย์นันทนาการ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
-


 

๑๘. เรื่อง ขออนุมัติเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนอนุบาลหล่มเก่า
-


 

๑๙. เรื่อง ขออนุมัติเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร
-


 

๒๐. เรื่อง ขออนุมัติเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
-


 

๒๑. เรื่อง การรายงานผลการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีของโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย ครั้งที่ ๓
     คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีของโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย ครั้งที่ ๓ ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ ดังนี้
     ๑. เป้าหมายการดำเนินการ ปีที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๑ จัดการเรียนการสอนใน ๔ โรงเรียน รวม ๔ ห้องเรียน นักเรียนห้องละ ๓๐ คน รวม ๑๒๐ คน งบประมาณทั้งสิ้น ๒๐ ล้านบาท
     ๒. ผลการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี
         ๒.๑ กำหนดนโยบายหลักเกณฑ์และแผนการคัดเลือกนักเรียน บุคลากรผู้สอน การจัดทำโครงสร้างหลักสูตรและกิจกรรมเสริมและให้จัดประชุมรวม ๘ ครั้ง
         ๒.๒ จัดงานแถลงข่าวร่วมกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ
         ๒.๓ จัดทำเอกสารแนะนำโครงการเพื่อการประชาสัมพันธ์
        ๒.๔ ดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับการรับสมัครและคัดเลือกนักเรียนประจำปีการศึกษา ๒๕๕๑ เสร็จสิ้นแล้วตามเป้าหมายที่กำหนด
        ๒.๕ ประสานและผลักดันเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน
        ๒.๖ การประชุมและศึกษาดูงานโรงเรียนวิทยาศาสตร์
        ๒.๗ ประกาศรับสมัครและคัดเลือกนักเรียน
        ๒.๘ จัดประชุม ณ มหาวิทยาลัยในโครงการพร้อมกับเยี่ยมชมโรงเรียน
        ๒.๙ เตรียมการจัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการดำเนินงาน


 

๒๒. เรื่อง ฟิลิปปินส์ฟ้องไทยต่อองค์กรระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก กรณีพิพาทสินค้าบุหรี่นำเข้า
-


 

๒๓. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
-


 

๒๔. เรื่อง การรื้อฟื้นตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย
       คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
       ๑. เห็นชอบในหลักการให้มีตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยขึ้นใหม่ (Thai Trade Representatives : TTR) เพื่อช่วยส่งเสริมการค้าของไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้า OTOP ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ สำหรับกรอบอำนาจหน้าที่และการทำงานของผู้แทนการค้าไทย ให้เป็นไปตามเดิม โดยให้อยู่ในการกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี (นายโอฬาร ไชยประวัติ) ส่วนสถานที่ปฏิบัติงานอาจพิจารณาขอใช้พื้นที่ของกระรวงพาณิชย์ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีรับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
       ๒. ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีรับความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงาน ก.พ.ร. ที่เห็นควรกำหนดขอบเขตภารกิจและบทบาทหลักของผู้แทนการค้าไทยให้ชัดเจน คือ เป็นผู้ประสานนโยบายด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ฯลฯ และควรกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ แผนการทำงาน งบประมาณ ระบบการบริหารจัดการ รวมทั้งการจัดสรรบุคลากรในการทำงานของผู้แทนการค้าไทยให้ชัดเจน ส่วนผู้แทนการค้าไทยต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถตรงตามภารกิจ ได้รับการยอมรับและเชื่อถือทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไปพิจารณาดำเนินการด้วย
       ๓. ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการในระยะเริ่มต้นก่อน หากไม่เพียงพอให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณต่อไป


 

๒๕. เรื่อง ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตรของข้าราชการและลูกจ้างประจำที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติงานในเขตพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลาในพื้นที่ อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย พ.ศ. ....
-


 

๒๖. เรื่อง มาตรการรองรับวิกฤตอาหารและพลังงาน
-


 

๒๗. เรื่อง ขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง
-


 

๒๘. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดสงขลา จำนวน ๓ ฉบับ
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดสงขลา จำนวน ๓ ฉบับ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ ดังนี้
      ๑. ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลกฤษณา ตำบลสำโรงตาเจ็น ตำบลหัวเสือ ตำบลโคกเพชร ตำบลใจดี ตำบลศรีสะอาด ตำบลปราสาท ตำบลกันทรารมย์ ตำบลห้วยสำราญ ตำบลโสน ตำบลห้วยใต้ ตำบลปรือใหญ่ ตำบลศรีตระกูล อำเภอขุขันธ์ ตำบลตูม ตำบลสะพุง ตำบลเสื่องข้าว ตำบลศรีโนนงาม ตำบลศรีแก้ว ตำบลสระเยาว์ ตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะ ตำบลหนองฮาง ตำบลท่าคล้อ อำเภอเบญจลักษ์ ตำบลเขิน อำเภอน้ำเกลี้ยง ตำบลตระกาจ ตำบลภูเงิน ตำบลจานใหญ่ ตำบลกุดเสลา ตำบลสวนกล้วย ตำบลกระแชง ตำบลหนองหญ้าลาด ตำบลน้ำอ้อม ตำบลสังเม็ก ตำบลขนุน ตำบลเวียงเหนือ ตำบลทุ่งใหญ่ ตำบลเมือง ตำบลโนนสำราญ ตำบลชำ ตำบลบึงมะลู ตำบลรุง ตำบลละลาย ตำบลภูผาหมอก ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ ตำบลไพร ตำบลภูฝ้าย ตำบลโพธิ์วงศ์ ตำบลพราน ตำบลโพธิ์กระสังข์ ตำบลสิ ตำบลบักดอง ตำบลกันทรอม ตำบลโนนสูง ตำบลห้วยจันทร์ อำเภอขุนหาญ และตำบลตะเคียนราม ตำบลห้วยตึ๊กชู ตำบลละลม ตำบลโคกตาล ตำบลห้วยตามอญ ตำบลดงรักษ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
      ๒. ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลโจดม่วง ตำบลหนองบัวดง อำเภอศิลาลาด ตำบลด่าน ตำบลหนองแค ตำบลบัวหุ่ง ตำบลเมืองแคน ตำบลเมืองคง ตำบลไผ่ ตำบลหนองอึ่ง ตำบลหนองหมี อำเภอราศีไศล ตำบลคูซอด ตำบลน้ำคำ ตำบลหญ้าปล้อง ตำบลหนองไผ่ ตำบลหนองครก ตำบลหมากเขียบ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย ตำบลทุ่งสว่าง ตำบลธาตุ ตำบลบุสูง ตำบลบ่อแก้ว ตำบลดวนใหญ่ ตำบลวังหิน ตำบลโพนยาง ตำบลศรีสำราญ อำเภอวังหิน และตำบลตำแย ตำบลพรหมสวัสดิ์ อำเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
      ๓. ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลคลองทราย ตำบลนาทวี ตำบลคลองกวาง ตำบลท่าประดู่ ตำบลสะท้อน ตำบลทับช้าง และตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....


 

๒๙. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลมะขามเตี้ย และตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. ....
-


 

๓๐. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลบ้านโพธิ์ และตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. ....
-


 

๓๑. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุยป่าเกาะช้าง ป่าคลองหินกอง และป่าคลองม่วงกลวง และเกาะใกล้เคียง ในท้องที่ตำบลปากน้ำ ตำบลหงาว ตำบลเกาะพยาม และตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... (อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพยาม)
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย ป่าเกาะช้าง ป่าคลองหินกอง และป่าคลองม่วงกลวง และเกาะใกล้เคียง ในท้องที่ตำบลปากน้ำ ตำบลหงาว ตำบลเกาะพยาม และตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญคือ กำหนดบริเวณที่ดินป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย ป่าเกาะช้าง ป่าคลองหินกอง และป่าคลองม่วงกลวง และเกาะใกล้เคียง ในท้องที่ตำบลปากน้ำ ตำบลหงาว ตำบลเกาะพยาม และตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ (อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพยาม) และให้ดำเนินการต่อไปได้


 

๓๒. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าขุนแม่กวง ป่าแม่ออน ป่าขุนแม่ทา ป่าดอยขุนตาล ป่าแม่ธิ แม่ตีบ แม่สาร ในท้องที่ตำบลลวงเหนือ ตำบลป่าเมี่ยง ตำบลเชิงดอย ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด ตำบลห้วยแก้ว ตำบลออนเหนือ ตำบลออนกลาง ตำบลทาเหนือ ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ตำบลห้วยยาบ ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ และตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... (อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้)
-


 

๓๓. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. ....
-


 

๓๔. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
-


 

๓๕. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงสภาพสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล ในท้องที่ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงสภาพสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล ในท้องที่ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนแปลงสภาพสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันซึ่งพลเมืองเลิกใช้ประโยชน์แล้ว ในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล ในท้องที่ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เนื้อที่ประมาณ ๔๔ ไร่ ๒ งาน ๔๐ ๗/๑๐ ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และให้ดำเนินการต่อไปได้


 

๓๖. เรื่อง ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้จากบำเหน็จดำรงชีพของสภากาชาดไทย)
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ที่ตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้เงินได้ที่มีลักษณะเดียวกับบำเหน็จดำรงชีพตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการและกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยได้รับ เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ และให้ดำเนินการต่อไปได้


 

๓๗. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ๑๒๕ ปี ไปรษณีย์ไทย พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ๑๒๕ ปี ไปรษณีย์ไทย พ.ศ. .... ที่ตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญคือ จัดทำเหรียญกษาปณ์โลหะสองสี (สีขาวและสีทอง) ราคาสิบบาท หนึ่งชนิด ออกใช้เพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบ ๑๒๕ ปี ไปรษณีย์ไทย ในวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ดำเนินการต่อไปได้


 

๓๘. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ๕๐ ปี สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. ....
-


 

๓๙. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์การสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ การประชุม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการวิทยาลัย พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
     ๑. อนุมัติหลักการตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์การสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ การประชุม วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการวิทยาลัย พ.ศ. .... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยร่างกฎกระทรวง ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
        ๑.๑ กำหนดให้มีคณะกรรมการวิทยาลัย และกำหนดองค์ประกอบคณะกรรมการ
        ๑.๒ กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการ
        ๑.๓ กำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาและการเลือกกรรมการ
        ๑.๔ กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ วิธีการประชุม และองค์ประชุม
     ๒. ให้กระทรวงศึกษาธิการรับข้อสังเกตของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับคุณสมบัติของกรรมการที่เป็นผู้แทนครูหรือคณาจารย์และผู้แทนศิษย์เก่า ควรกำหนดให้กรรมการดังกล่าวมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ เช่นเดียวกับกรรมการอื่น ๆ ส่วนการให้คณะกรรมการมีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม นั้น ในการกำหนดจำนวนกรรมการควรคำนึงถึงความจำเป็น เหมาะสม และภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นด้วย รวมทั้งการกำหนดให้หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และการเลือกกรรมการนอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ให้เป็นไปตามประกาศของวิทยาลัยนั้น อาจเป็นการขยายหลักการเกินกว่าที่กฎหมายแม่บทให้อำนาจไว้ ไปประกอบการพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้


 

๔๐. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตั้ง การยุบ การจัดหน่วยลูกเสือเหล่าลูกเสือ และประเภทลูกเสือ พ.ศ. .... และร่างกฎกระทรวงว่าด้วยธงคณะลูกเสือไทยและธงลูกเสืออื่น ๆ พ.ศ. .... รวม ๒ ฉบับ
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงจำนวน ๒ ฉบับ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ ดังนี้
     ๑. ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตั้ง การยุบ การจัดหน่วยลูกเสือ เหล่าลูกเสือ และประเภทลูกเสือ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ ให้มีกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตั้ง การยุบ การจัดหน่วยลูกเสือ เหล่าลูกเสือ และประเภทลูกเสือ
     ๒. ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยธงคณะลูกเสือไทยและธงลูกเสืออื่น ๆ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้มีธงคณะลูกเสือไทย และธงลูกเสืออื่น ๆ


 

๔๑. เรื่อง ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. ๒๕๑๔
-


 

๔๒. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานที่นำของเสียหรือวัสดุเหลือใช้จากการประกอบกิจการโรงงานมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานที่นำของเสียหรือวัสดุเหลือใช้จากการประกอบกิจการโรงงานมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีเป็นระยะเวลาห้าปีแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานซึ่งมีการพัฒนากระบวนการผลิตโดยสามารถนำของเสียหรือวัสดุเหลือใช้จากการประกอบกิจการโรงงานมาใช้ประโยชน์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้


 

๔๓. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบทำความเย็นที่ใช้แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็น พ.ศ. ....
-


 

๔๔. เรื่อง ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอขอถอนร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. .... คืนไปได้


 

๔๕. เรื่อง ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
      ๑. กำหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายแห่งชาติด้านยาและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ จัดทำบัญชียาหลักแห่งชาติ และกำหนดราคากลางยาในการจัดซื้อของหน่วยงานของรัฐ
      ๒. กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และองค์ประชุม
      ๓. กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการ
      ๔. กำหนดให้ระเบียบฉบับนี้ยกเลิก เมื่อมีการกำหนดองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการยาแห่งชาติไว้ในกฎหมายว่าด้วยยา


 

๔๖. เรื่อง ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการนำเข้าสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ ๑๓๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ พ.ศ. ....
-


 

๔๗. เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการ (กระทรวงสาธารณสุข) (นายสมจิตร ศรีศุภร)
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้งนายสมจิตร ศรีศุภร ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ๑๐ ชช. (ด้านกำลังคนสาธารณสุข) กลุ่มที่ปรึกษาระดับกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์


 

๔๘. เรื่อง ญัตติด่วน เรื่อง แก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวซึ่งส่งผลกระทบต่อการสร้างรายได้และกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ
     คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอผลการดำเนินการตามญัตติด่วน เรื่อง แก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวซึ่งส่งผลกระทบต่อการสร้างรายได้และกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และให้แจ้งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป โดยมีผลการดำเนินงานดังนี้
     ๑. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการและบริการนักท่องเที่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งรับแจ้งเหตุและข้อร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ และจัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเฉพาะกิจขึ้นทั้งในกรุงเทพมหานคร และภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
     ๒. กระทรวงมหาดไทย มีการดำเนินงานเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยแจ้งจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การจัดระเบียบสังคม การปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งได้ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อยระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องต่าง ๆ อาทิ ปัญหายาเสพติด และการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาแหล่งอบายมุข การข่าวเกี่ยวกับการชุมชนเรียกร้อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบ ฯ สนับสนุนภารกิจด้านการปราบปรามของตำรวจ การตรวจจุดล่อแหลม เป็นต้น
     ๓. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว มีมาตรการและแนวทางดำเนินการดูแลด้านความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ประกอบด้วย ด้านการป้องกันเหตุและลดจำนวนผู้เสียหายชาวต่างชาติ ด้านการปราบปรามจับกุมบุคคลที่เป็นภัยต่อนักท่องเที่ยว และด้านการเฝ้าระวังป้องกันการหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว


 

๔๙. เรื่อง รายงานประจำปี ๒๕๕๐ ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
-


 

๕๐. เรื่อง การใช้พื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติราชการของทำเนียบรัฐบาล เพิ่มเติม
     คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนออนุมัติใช้เงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในวงเงิน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงพื้นที่และจัดหาครุภัณฑ์สำนักงานเพื่อใช้ปฏิบัติงานของข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย ค่าปรับปรุงห้องคณะรัฐมนตรีห้องใหม่ ค่าปรับปรุงห้องข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ สนับสนุนค่าสาธารณูปโภคของบริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด ค่าเช่าครุภัณฑ์และอุปกรณ์สำนักงาน เพิ่มเติม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายภายในวงเงินได้ และเนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนจึงขออนุมัติดำเนินการโดยวิธีพิเศษตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และแก้ไขเพิ่มเติม


 

๕๑. เรื่อง การฝึกซ้อมการบริหารวิกฤตการณ์ด้านสาธารณภัย
      คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการฝึกซ้อมการบริหารวิกฤตการณ์ด้านสาธารณภัย ระหว่างวันที่ ๒๕–๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ ตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอ สรุปได้ดังนี้
      ๑. กองอำนวยการฝึกซ้อมการบริหารวิกฤตการณ์ด้านสาธารณภัยได้จัดฝึก ฯ ในระดับชาติ ระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนภายใต้กรอบนโยบายการเตรียมความพร้อมแห่งชาติ โดยมีรูปแบบการฝึก ฯ ๒ รูปแบบ ได้แก่ การฝึกแก้ปัญหาในที่บังคับการ (Command Post Exercise : CPX) เป็นการฝึกซ้อมสถานการณ์ด้านการบังคับบัญชาของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ (นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด) และการฝึกซ้อมภาคสนาม (Field Training Exercise : FTX) ณ ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง
      ๒. มอบนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีให้แก่หน่วยงานที่เข้าร่วมการฝึก ฯ โดยให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญและจัดการกับสาธารณภัยที่เกิดขึ้น ให้มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสำรองจัดทำบัญชีรายละเอียดของทรัพยากรที่จำเป็น พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในระดับกรม ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด โดยให้กองทัพไทยเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมด้านกำลังพลและเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำหรับด้านการติดต่อสื่อสารให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้พัฒนาและทำการบูรณาการระบบการสื่อสารของประเทศที่หน่วยงานต่าง ๆ ใช้งานอยู่ให้สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ และให้กระทรวงสาธารณสุขเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งเครื่องมือทางการแพทย์ในด้านต่าง ๆ เพื่อทำการรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยจำนวนมากเมื่อเกิดสาธารณภัยขนาดใหญ่
      ๓. การประเมินผลการฝึกซ้อมเบื้องต้น เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในกรณีเร่งด่วน และเพื่อประเมินผลการฝึกในรายละเอียดที่ชัดเจนเพื่อพัฒนาการฝึก ฯ ต่อไป


 

๕๒. เรื่อง การรับรองเอกสารสำคัญในการประชุมรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ ๒๐ และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ ๑๖
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอร่างแถลงการณ์ร่วมรัฐมนตรีเอเปค และร่างปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในการประชุมเอเปค ครั้งที่ ๒๐ และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ ๑๖ โดยที่ร่างเอกสารทั้งสองฉบับมีสาระเป็นการแสดงเจตนารมณ์ระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคที่จะร่วมมือในด้านต่าง ๆ นอกจากนี้ หลักการพื้นฐานของเอเปคคือการเป็นเวทีสำหรับการปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เวทีการเจรจา การดำเนินงานของเขตเศรษฐกิจสมาชิกเป็นไปโดยสมัครใจ ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๖-๗/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เกี่ยวกับคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ฉบับลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ ระบุว่า “ปกติคำแถลงการณ์ร่วมที่ไม่ประสงค์จะให้มีผลทางกฎหมายนั้นไม่มีความจำเป็นต้องลงนาม” ดังนั้น ร่างเอกสารทั้งสองฉบับซึ่งจะมีการลงมติรับ (adoption) ในระหว่างการประชุมโดยไม่มีการลงนาม จึงไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และไม่น่าจะเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ หากจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างเอกสารดังกล่าว ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญก่อนมีการรับรอง ให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีก


 

๕๓. เรื่อง ความตกลงภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน - สาธารณรัฐเกาหลี
-


 

๕๔. เรื่อง การประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) ครั้งที่ ๒
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอร่างปฏิญญาผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation-BIMSTEC) ครั้งที่ ๒ ซึ่งเป็นเอกสารสรุปผลการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ ๑ ที่แสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองของประเทศสมาชิกที่จะพัฒนาความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ทั้ง ๑๓ สาขา ได้แก่ การค้าการลงทุน การท่องเที่ยว การสื่อสารและคมนาคม พลังงาน เทคโนโลยี ประมง เกษตร การต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ปฏิสัมพันธ์ในระดับประชาชน สาธารณสุข วัฒนธรรม การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ และการลดความยากจน รวมทั้งได้กำหนดแนวทางความร่วมมือในอนาคต และหากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างปฏิญญาดังกล่าวในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญก่อนมีการรับรอง ให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง


 

๕๕. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
-


 

๕๖. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะของที่ราชพัสดุในท้องที่ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พ.ศ. ....
-


 

๕๗. เรื่อง ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าที่มีมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ....
-


 

๕๘. เรื่อง รายงานผลโครงการพัฒนามาตรฐานแรงงานเพื่อส่งเสริมการค้าเสรี
-


 

๕๙. เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการ (กระทรวงศึกษาธิการ) (นายชูชาติ ทรัพย์มาก)
    คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งนายชูชาติ ทรัพย์มาก ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน (นักวิชาการศึกษา ๑๐ ชช.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์


 

๖๐. เรื่อง ขออนุมัติเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้าง ขอขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ และขอยกเว้นหลักเกณฑ์การก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ รายการก่อสร้างโรงพยาบาลกรงปินัง จังหวัดยะลา
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอดังนี้
     ๑. เพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างโรงพยาบาลกรงปินัง จังหวัดยะลา ในวงเงินที่จัดจ้างโดยวิธีพิเศษ จำนวน ๗๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท และขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการก่อสร้างโรงพยาบาลดังกล่าว ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓
     ๒. ยกเว้นหลักเกณฑ์การก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ กรณีที่ต้องได้รับการจัดสรรงบประมาณในปีแรกเป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐ ของวงเงินรายจ่ายส่วนที่เป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้นของรายการนั้น ๆ เป็นกรณีพิเศษเฉพาะกรณี
      ๓. ให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ จำนวน ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท และเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ จำนวน ๔๕,๐๐๑,๖๐๐ บาท และเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ อีกจำนวน ๒๑,๒๙๘,๔๐๐ บาท ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ


 

๖๑. เรื่อง รายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑
      คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่สำนักงบประมาณรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ช่วงหกเดือนแรก (๑ ตุลาคม ๒๕๕๐-๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑) ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจโอนงบประมาณรายจ่ายจากรายการเดิมที่ได้กำหนดไว้เพื่อไปใช้ในรายการอื่นของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ มีจำนวนทั้งสิ้น ๒,๑๐๓.๖๖๘ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๐.๑๓ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ (๑,๖๖๐,๐๐๐ ล้านบาท) จำแนกเป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายกรณีส่วนราชการที่ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ จำนวน ๑,๕๘๘.๙๙๘ ล้านบาท กรณีใช้อำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ จำนวน ๕๑๔.๖๗๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๐.๐๙๖ และร้อยละ ๐.๐๓๑ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามลำดับ


 

๖๒. เรื่อง รายงานผลการประชุมรัฐมนตรีด้านแรงงานในกรอบการประชุมเอเชีย - ยุโรป ครั้งที่ ๒
-


 

๖๓. เรื่อง ข้าราชการการเมืองลาออกจากราชการ (นายณัฐพล เกียรติวินัยสกุล)
      คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอว่า นายณัฐพล เกียติวินัยสกุล ข้าราชการการเมืองตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (รองนายกรัฐมนตรี (นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล) ได้ลาออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ความเป็นข้าราชการการเมืองในตำแหน่งดังกล่าวของนายณัฐพล เกียรติวินัยสกุล จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ตามนัยมาตรา ๑๐(๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑


 

๖๔. เรื่อง การจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษรายเดือนให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้
      คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
      ๑. อนุมัติตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษรายเดือนให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาบำเหน็จความชอบสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ก.บ.จ.ต.) ครั้งที่ ๒/๒๕๕๑ วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นไป และให้กระทรวงการคลังรับไปกำหนดวิธีปฏิบัติในการเบิกจ่ายค่าตอบแทนดังกล่าวเพื่อความถูกต้องเรียบร้อยในการเบิกจ่ายเงินจากคลัง ตามความเห็นของกระทรวงการคลังต่อไป
      ๒. ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับแผนการใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ได้รับมาดำเนินการเป็นลำดับแรกก่อน หากไม่เพียงพอให้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยขอทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
      ๓. โดยที่ยังมีศูนย์ปฏิบัติงานภาครัฐอื่น ๆ ซึ่งปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น ลูกจ้างชั่วคราวและพนักงานจ้างเหมาของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือครูโรงเรียนเอกชนประเภทในระบบที่ได้รับการบรรจุตามกฎหมาย ครูจ้างรายเดือนวิทยากรอิสลามศึกษา นักการภารโรงจ้างเหมารายเดือน ครูอัตราจ้างและพนักงานจ้างเหมาอื่น ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ จึงมอบให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้รับไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเห็นสมควรให้ได้รับสิทธิเช่นเดียวกัน ก็ให้ส่งกระทรวงการคลังพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนแล้วเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป โดยให้พิจารณากำหนดมาตรการในการตรวจสอบรับรองให้ชัดเจนถูกต้องด้วย


 

๖๕. เรื่อง ขออนุมัติดำเนินการเพื่อก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ และช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ
-


 

๖๖. เรื่อง ขออนุมัติโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า จำนวน ๒๐ คัน และรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า (บทต.) จำนวน ๓๐๘ คัน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
-


 

๖๗. เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการ (กระทรวงสาธารณสุข) (นายอำนวย กาจีนะ)
-


 

๖๘. เรื่อง แผนปฏิบัติการรองรับการเดินทางของประชาชนในเทศกาลลอยกระทง ประจำปี ๒๕๕๑ กระทรวงคมนาคม
-


 

๖๙. เรื่อง รายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐ ของคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ
     คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐ ของคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติที่สำนักงานกิจการยุติธรรมได้จัดทำขึ้น โดยรายงานประจำปีฉบับนี้ ประกอบด้วย การจัดทำแผนและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนากระบวนการยุติธรรม การส่งเสริมประสานความร่วมมือการพัฒนาระบบงานยุติธรรม การวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรม การประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม การส่งเสริมการพัฒนาระดับพื้นที่ และงบประมาณรายจ่ายการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐


 

๗๐. เรื่อง การถวายพระสมัญญาแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอการถวายพระสมัญญา “พระกัลยาณมิตราจารย์” หมายถึง “พระอาจารย์ผู้เป็นกัลยาณมิตรที่ประเสริฐ” แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเป็นการสำนึกในพระกรุณาธิคุณด้านการศึกษาที่มีต่อวงการศึกษาของประเทศและของปวงชนชาวไทยอันหาที่สุดมิได้


 

๗๑. เรื่อง แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(จำนวน ๑๗ คน ๑. นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา)
-


 

๗๒. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พ.ศ. ....
-


 

๗๓. เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (จำนวน ๒ ราย) (นายประดุจ มั่นหมาย และนายประศาสตร์ ทองปากน้ำ)
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งนายประดุจ มั่นหมาย และนายประศาสตร์ ทองปากน้ำ เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) เป็นต้นไป


 

๗๔. เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์)
     คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์) เสนอแต่งตั้งนางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ เป็นข้าราชการการเมืองตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)


 

๗๕. เรื่อง การจัดกิจกรรมวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๑
-


 

๗๖. เรื่อง รายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย ประจำวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
-


 

๗๗. เรื่อง รายงานสถานการณ์น้ำและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)
     คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วงวันที่ ๔–๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ปริมาณฝนตกสูงสุด ๑๐ ลำดับ กระจายในภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคเหนือ อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่า ๘๕% มี ๒๑ แห่ง อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำ ๘๐%-๘๕% มี ๒ แห่ง พื้นที่ประสบอุทกภัยมี ๑๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา ชัยภูมิ นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และจันทบุรี ในด้านการให้ความช่วยเหลือโดยการล้างบ่อน้ำตื้น ติดตั้งระบบประปาสนามเพื่อบริการน้ำอุปโภค แจกจ่ายน้ำสะอาดเพื่อการบริโภค เตือนภัยน้ำหลาก และแจกถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย


 

๗๘. เรื่อง รายงานสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัย
     คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบข้อมูลสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัยของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปได้ดังนี้
     ๑. สถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ปราจีนบุรี พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา โดยรวมอยู่ในเกณฑ์พอใช้จนถึงระดับดี สภาวะน้ำท่วมมิได้ส่งผลกระทบทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม
     ๒. ขอยุติการรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ลพบุรี พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
     ๓. ขอเสนอการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่ประสบภัยแห่งใหม่ ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร กาญจนบุรี อ่างทอง และราชบุรี ซึ่งมีกรณีการร้องเรียนจากประชาชนจากการเกิดปลาตายในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง จังหวัดราชบุรี และอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งสรุปผลการดำเนินการต่อไป


 

๗๙. เรื่อง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)
-


 

๘๐. เรื่อง การนำเสนอข้อมูลสภาวะอากาศ (วันที่ ๑๐ - ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)
-


 

๘๑. เรื่อง สถานการณ์ไข้หวัดนก (ปี ๒๕๕๑)
-


 

๘๒. เรื่อง สรุปสถานการณ์ภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ครั้งที่ ๒๕ ช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
     คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลสถานการณ์ภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ครั้งที่ ๒๕ ช่วงวันที่ ๔–๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สรุปได้ดังนี้ เนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรงพาดผ่านภาคใต้ ทำให้มีฝนกระจายเกือบทั่วไปบริเวณประเทศไทยตอนบนเกือบตลอดสัปดาห์ และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลับและน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ ๗ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ชัยภูมิ มหาสารคาม และบุรีรัมย์ สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในเกณฑ์น้ำมากกว่าร้อยละ ๘๐ ของความจุอ่าง ฯ มีจำนวน ๒๓ อ่าง ผลกระทบด้านการเกษตร พื้นที่ประสบภัยรวม ๕๕ จังหวัด เกษตรกรได้รับความเสียหาย ๔๗๐,๖๐๖ ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหาย ๔,๘๗๙,๖๒๓ ไร่ สัตว์ได้รับผลกระทบ ๓,๓๗๔,๙๖๙ ตัว บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเสียหาย ๗๔,๙๖๓ บ่อ สำหรับในด้านการให้ความช่วยเหลือ กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในขณะที่กรมปศุสัตว์ได้ให้การสนับสนุนในด้านเสบียงสัตว์และดูแลสุขภาพสัตว์ ส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรได้แจกจ่ายต้นกล้าพืชผักให้แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งได้จัดตั้งครัวสายใยรักแห่งครอบครัว เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดลพบุรีและปราจีนบุรี


 

๘๓. เรื่อง รายงานผลการปลูกฟื้นฟูป่าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครั้งที่ ๑๓/๒๕๕๑
-


 

๘๔. เรื่อง การรายงานผลการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกองทัพบก ครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๑
     คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลผลการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกองทัพบก (ทบ.) ครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๑ ซึ่งมีการดำเนินการร่วมกันระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ทบ. ในด้านการลาดตระเวน จัดให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ โดยมีการแต่งตั้งการเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ และสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ จัดโครงการกิจกรรมปลูกจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่ประชาชนทั่วไป และให้การสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยจัดประชุมหารือ ประสานการดำเนินงานและจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน พิจารณาคัดเลือกหมู่บ้าน/ชุมชนอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ดีเด่นตามโครงการ “พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต” ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งจัดกิจกรรมปลูกป่าใน ๔๕ พื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนกล้าไม้ตามโครงการ “พลิกฟื้นผืนป่าด้วยพระบารมี” จำนวน ๘๐๘,๓๘๐ กล้า


 

๘๕. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้งนายอำนวย กาจีนะ ให้ดำรงตำแหน่งนายแพทย์ ๑๐ วช. (ด้านเวชกรรมป้องกัน) กลุ่มที่ปรึกษาระดับกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์


 

๘๖. เรื่อง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ
-


 

๘๗. เรื่อง การจัดทำคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา และการจัดการประชุมชี้แจงนโยบายของรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐ
-


 

๘๘. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ....
-


 

๘๙. เรื่อง ผลัดเวรเฝ้าฯ ของคณะรัฐมนตรีในงานพระราชพิธี รัฐพิธี และโอกาสสำคัญต่าง ๆ
-


 

๙๐. เรื่อง รายงานสรุปสภาวะของประเทศปี ๒๕๕๑
-


 

๙๑. เรื่อง สรุปสถานการณ์ภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ครั้งที่ ๑๘ ช่วงวันที่ ๑๕ – ๒๔ กันยายน ๒๕๕๑
-


 

๙๒. เรื่อง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๑)
-


 

๙๓. เรื่อง รายงานสถานการณ์อุทกภัย
-


 

๙๔. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง
-


 

๙๕. เรื่อง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ
-


 

๙๖. เรื่อง แนวทางการพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
      คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแนวทางการพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๒๖ วันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ และครั้งที่ ๒๗ วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ตามความเห็นของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร


ประจำวันพุธที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

 

๑. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
-


 

๒. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
      ๑. อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป โดยร่างพระราชบัญญัติ ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
          ๑.๑ เพิ่มบทนิยามคำว่า “ผู้บริหารท้องถิ่น” เพื่อให้เกิดความชัดเจน และแก้ไขจำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น โดยปรับลดจำนวนลงจาก “จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง” เป็น “จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าหรือไม่น้อยกว่าห้าพันคน”
          ๑.๒ เพิ่มเติมเรื่องการเสนอข้อบัญญัติที่เกี่ยวด้วยการเงิน โดยกำหนดว่าจะเสนอได้เฉพาะที่สอดคล้องกับนโยบายแห่งรัฐและแผนพัฒนาท้องถิ่น และมีคำรับรองของผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยและกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
          ๑.๓ แก้ไขรายละเอียดในคำร้องขอให้ประธานสภาท้องถิ่นดำเนินการให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งคำร้องขอดังกล่าวต้องมีเนื้อหาสาระของร่างข้อบัญญัติที่ประสงค์จะตราขึ้นอย่างชัดเจนเพียงพอ โดยประชาชนไม่ต้องจัดทำร่างข้อบัญญัติเสนอมาพร้อมกับคำร้องขอ
      ๒. ให้กระทรวงมหาดไทยรับความเห็นของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีไปพิจารณาด้วยว่า หากสภาท้องถิ่นได้พิจารณาข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ประชาชนเสนอดังกล่าวแล้ว ให้แจ้งผลการดำเนินการให้ประชาชนทราบด้วย


 

๓. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
-


 

๔. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป โดยร่างพระราชบัญญัติ ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
      ๑. แก้ไขนิยามคำว่า “โรงงาน” “ตั้งโรงงาน” และ “ประกอบกิจการโรงงาน” ให้ชัดเจนและครอบคลุมการตั้งโรงงานที่ไม่ใช้เครื่องจักร และการประกอบกิจการบางชนิด
      ๒. แก้ไขการแจ้งการประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ ๒ โดยแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว
      ๓. กำหนดกระบวนการตรวจสอบก่อนออกใบรับแจ้งโรงงานจำพวกที่ ๒ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
      ๔. ปรับปรุงบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์คำสั่งต่อรัฐมนตรีให้ครอบคลุมถึงคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายโรงงานหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานในส่วนขยาย รวมทั้งปรับปรุงอำนาจของรัฐมนตรีในการออกประกาศกำหนดให้โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามชนิดหรือคุณภาพที่กำหนดหรือนำไปใช้ในกิจการประเภทที่กำหนด
      ๕. ยกเลิกอำนาจการจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ และแก้ไขบทกำหนดโทษ


 

๕. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
-


 

๖. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
-


 

๗. เรื่อง รายงานผลการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายของรัฐบาลประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ (Annual Inspection Report)
-


 

๘. เรื่อง ขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ เพิ่มเติมเพื่อเป็นค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุข
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน ๑๗๖,๒๙๘,๗๐๐ บาท โดยเบิกจ่ายในงบรายจ่ายอื่น ลักษณะงบดำเนินงาน เพื่อเป็นค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุขตามสิทธิสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้กับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ


 

๙. เรื่อง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง การจัดระบบการให้บริการและคุ้มครองทางสังคมแก่แรงงานนอกระบบ
-


 

๑๐. เรื่อง ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่าว่าด้วยความร่วมมือเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก
      คณะรัฐมนตรีมีมติตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอดังนี้
      ๑. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่าว่าด้วยความร่วมมือเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
          ๑.๑ ด้านการป้องกัน เน้นการส่งเสริมในด้านการจัดบริการสังคม การศึกษา การฝึกอาชีพและการมีงานทำ การรณรงค์สร้างความตระหนักและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์
          ๑.๒ ด้านการปกป้องคุ้มครอง ให้ความคุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อด้วยมาตรการที่เหมาะสม
          ๑.๓ ด้านการปราบปราม ร่วมมือกันในการสืบสวน สอบสวน การดำเนินคดี ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางกฎหมาย การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการฝึกอบรม
          ๑.๔ ด้านการส่งกลับคืนประเทศ กำหนดให้มีหน่วยงานประสานงานกลางในด้านการรับและส่งเหยื่อการค้ามนุษย์กลับประเทศภูมิลำเนา รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในการคืนสู่สังคม
          ๑.๕ ด้านการปฏิบัติงานร่วมกัน กำหนดให้มีหน่วยงานประสานงานกลาง และจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อทำหน้าที่ในการประสานงาน การวางแผนปฏิบัติงาน การดำเนินงาน และการติดตามประเมินผล
      ๒. เห็นชอบและอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ ฯ ในนามรัฐบาลไทย
      ๓. เห็นชอบให้ปรับปรุงแก้ไขถ้อยคำในร่างบันทึกความเข้าใจ ฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ ก่อนการลงนาม โดยหารือกับกรมสนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวงการต่างประเทศ
      ๔. ให้เสนอร่างบันทึกความเข้าใจ ฯ ไปเพื่อรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยด่วนต่อไป โดยให้ส่งร่างบันทึกความเข้าใจ ฯ ฉบับภาษาไทยให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ และส่งฉบับภาษาอังกฤษเป็นเอกสารประกอบการพิจารณา พร้อมทั้งส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไปในคราวเดียวกัน ทั้งนี้ ให้ดำเนินการต่อไปได้เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว


 

๑๐. เรื่อง ความตกลงว่าด้วยการยอมรับร่วมรายสาขาของอาเซียนสำหรับการตรวจผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice - GMP)
-


 

๑๒. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
-


 

๑๓. เรื่อง การลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยการแลกเปลี่ยนสิทธิการเช่าที่ดินระหว่างกันเพื่อใช้ในงานทางการกงสุล
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยการแลกเปลี่ยนสิทธิการเช่าที่ดินระหว่างกัน เพื่อใช้ในงานทางการกงสุล และให้เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เป็นผู้ลงนามในความตกลง ฯ และให้เสนอร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยการแลกเปลี่ยนสิทธิการเช่าที่ดินระหว่างกันเพื่อใช้ในงานทางการกงสุลไปเพื่อรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยด่วนต่อไป โดยให้ส่งร่างความตกลง ฯ ฉบับภาษาไทยให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ และส่งฉบับภาษาลาวเป็นเอกสารประกอบพิจารณา พร้อมทั้งให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไปในคราวเดียวกัน ทั้งนี้ ให้ดำเนินการต่อไปได้เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว


 

๑๔. เรื่อง ขออนุมัติหลักการการดำเนินงานพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสถานกีฬาใน “ปีแห่งการท่องเที่ยวไทย”
-


 

๑๕. เรื่อง การกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้นฤดูการผลิตปี ๒๕๕๐/๒๕๕๑ และการกำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย ฤดูการผลิตปี ๒๕๔๙/๒๕๕๐
-


 

๑๖. เรื่อง การจัดซื้อรถยนต์ดับเพลิงและอุปกรณ์กู้ภัย ให้แก่อำเภอใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อำเภอในจังหวัดสงขลา
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามความเห็นของสำนักงบประมาณให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อจัดซื้อรถยนต์ดับเพลิงและอุปกรณ์กู้ภัย จำนวน ๓ รายการ ให้แก่อำเภอใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อำเภอในจังหวัดสงขลา รวม ๑๑๑ คัน ภายในวงเงินทั้งสิ้น ๕๐๗,๓๐๗,๐๐๐ บาท โดยใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙ ที่กันไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปี รายการค่าก่อสร้างสถาบันดับเพลิงและบรรเทาสาธารณภัย อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี รายการค่าก่อสร้างสถาบันดับเพลิงและบรรเทาสาธารณภัย อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน ๒๓,๗๕๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑๒๓,๗๕๐,๐๐๐ บาท (กรณีที่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาให้เบิกจ่ายเหลื่อมปีจากกระทรวงการคลัง) เพื่อใช้จ่ายในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ และส่วนที่ขาดอีก จำนวน ๓๘๓,๕๕๗,๐๐๐ บาท ให้เสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ต่อไป ทั้งนี้ ให้ ปภ. ปรับระยะเวลาการส่งมอบครุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการใช้จ่ายงบประมาณที่ได้รับอนุมัติด้วย


 

๑๗. เรื่อง ขออนุมัติเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณการก่อสร้างอาคารแม่แบบการปฏิบัติการผู้ป่วยโรคติดต่อ จำนวน ๑ หลังของสถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค
-


 

๑๘. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖
-


 

๑๙. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลท่ามิหรำ ตำบลตำนาน และตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
      ๑. อนุมัติหลักการตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลท่ามิหรำ ตำบลตำนาน และตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลท่ามิหรำ ตำบลตำนาน และตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง เพื่อสร้างทางหลวงชนบทสายเชื่อมระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๕๐ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้
      ๒. ให้กระทรวงคมนาคมรับข้อสังเกตของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการกำหนดให้ร่างพระราชกฤษฎีกา ฯ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการกำหนดวันใช้บังคับย้อนหลังเพื่อให้ต่อเนื่องกับร่างพระราชกฤษฎีกา ฯ ฉบับแรก นั้น ต้องไม่มีผลย้อนหลังให้เป็นโทษหรือเป็นผลร้ายแก่ผู้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย และไม่มีผลให้สามารถคำนวณเงินค่าทดแทนย้อนหลังไปถึงวันตราพระราชกฤษฎีกาฉบับแรกได้ เพราะจะก่อให้เกิดการกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืน อันเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ฯ และบทบัญญัติมาตรา ๔๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงควรกำหนดวันใช้บังคับร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ไปประกอบการพิจารณาด้วย


 

๒๐. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้เจ้าของผู้จดทะเบียนอากาศยานหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศ เป็นผู้จัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้เจ้าของผู้จดทะเบียนอากาศยานหรือผู้ดำเนินการเดินอากาศ เป็นผู้จัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไป โดยร่างกฎกระทรวง ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
     ๑. กำหนดให้เจ้าของ ผู้จดทะเบียนอากาศ หรือผู้ดำเนินการเดินอากาศ เป็นผู้จัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก จากผู้โดยสารอากาศยานที่ตนเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้จดทะเบียนอากาศยาน หรือเป็นผู้ดำเนินการเดินอากาศแทนเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาต
     ๒. กำหนดให้รวมการจัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก ไว้ในบัตรโดยสาร หรือเอกสารอย่างอื่นที่แสดงรายการค่าใช้จ่ายที่ผู้โดยสารจะต้องชำระ
     ๓. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการนำส่งเงินค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่จัดเก็บได้ให้แก่เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาต ภายในระยะเวลาดังนี้
         ๓.๑ กรณีเที่ยวบินประจำมีกำหนดและเที่ยวบินเช่าเหมาที่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินเป็นช่วงเวลา (Program Charter) ซึ่งมีตัวแทนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในประเทศไทย
         (๑) เงินค่าบริการผู้โดยสารสาขาออกที่จัดเก็บได้ระหว่างวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๑๕ ของเดือน ให้นำส่งภายในวันสุดท้ายของเดือนนั้น
         (๒) เงินค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่จัดเก็บได้ระหว่างวันที่ ๑๖ ถึงวันสุดท้าย ของเดือน ให้นำส่งภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป
         ๓.๒ กรณีเที่ยวบินเช่าเหมา เที่ยวบินส่วนบุคคล และเที่ยวบินอื่น ๆ ให้นำส่งก่อนอากาศยานนั้นออกเดินทาง
     ๔. กำหนดให้การจัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกจัดทำบัญชีรายชื่อผู้โดยสารพร้อมทั้งลงลายมือชื่อกำกับและส่งมอบให้แก่เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตภายในวันถัดจากวันที่อากาศยานนั้นออกเดินทาง เว้นแต่กรณีตามข้อ ๓. ข. ให้ส่งมอบพร้อมเงินค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่จัดเก็บก่อนอากาศยานนั้นออกเดินทาง
     ๕. กำหนดให้การจัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกแทนเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตอาจได้รับค่าตอบแทนการจัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกตามอัตรา เงื่อนไข และรายละเอียดที่เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตกับเจ้าของ ผู้จดทะเบียนอากาศยาน หรือผู้ดำเนินการเดินอากาศจะได้ตกลงกัน


 

๒๑. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการจำนองรถยนต์ รถพ่วง รถบดถนน และรถแทรคเตอร์ที่จดทะเบียนแล้ว และกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนอง พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการจำนองรถยนต์ รถพ่วง รถบดถนน และรถแทรคเตอร์ที่จดทะเบียนแล้วและกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนอง พ.ศ. .... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างกฎกระทรวง ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
      ๑. กำหนดให้รถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการ รถยนต์ส่วนบุคคล รถพ่วง รถบดถนน และรถแทรคเตอร์ที่จดทะเบียนแล้วสามารถนำมาจดทะเบียนจำนองต่อนายทะเบียนเป็นประกันหนี้ได้ตามกฎหมาย
      ๒. กำหนดให้การจดทะเบียนจำนองและการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการจำนองรถให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ หรือตามสถานที่ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด


 

๒๒. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนที่ให้หน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจมีและใช้ หรือมอบให้ประชาชนมีและใช้เพื่อช่วยเหลือราชการ พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
      ๑. อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนที่ให้หน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจมีและใช้ หรือมอบให้ประชาชนมีและใช้เพื่อช่วยเหลือราชการ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ มีสาระสำคัญคือ ปรับปรุงการกำหนดหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่มีและใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด โดยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ รวมทั้งเพิ่มเติมตำแหน่งพนักงานราชการให้ใช้อาวุธปืน และวัตถุระเบิดของหน่วยราชการได้ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้เพิ่มสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เป็นหน่วยงานราชการตามมาตรา ๒ ของร่างกฎกระทรวง ฯ แล้วดำเนินการต่อไปได้
      ๒. ให้กระทรวงมหาดไทยรับความเห็นของกระทรวงกลาโหมและข้อสังเกตของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ให้แก้ไขความในข้อ ๖ จากเดิม “...ผู้แทนกองบัญชาการทหารสูงสุด...” เป็น “...ผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย...” เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ และเนื่องจากปัจจุบันมีหน่วยงานของรัฐเกิดขึ้นใหม่หลายประเภทซึ่งไม่มีฐานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจแต่มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ และบางหน่วยงานอาจมีความจำเป็นต้องมีหรือใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ฯลฯ เพื่อป้องกันหรือรักษาทรัพย์สินอันสำคัญของรัฐ จึงเห็นควรให้กระทรวงมหาดไทยรับไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติ ฯ ดังกล่าว ให้การมีหรือใช้อาวุธปืนครอบคลุมถึงหน่วยงานดังกล่าว ไปพิจารณาด้วย


 

๒๓. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการตั้งคณะกรรมการสอบสวน การสอบสวน การแจ้งผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้โอกาสคัดค้าน และการพิจารณาเพิกถอนหรือแก้ไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือการจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์โดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการตั้งคณะกรรมการสอบสวน การสอบสวน การแจ้งผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้โอกาสคัดค้าน และการพิจาณาเพิกถอนหรือแก้ไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือการจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์โดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างกฎกระทรวง ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
      ๑. ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการตั้งคณะกรรมการสอบสวน การสอบสวน การแจ้งผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้โอกาสคัดค้าน และการพิจารณาเพิกถอนหรือแก้ไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือการจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์โดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๔
      ๒. แก้ไขข้อความ จาก “อธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมาย” เป็น “อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีหรือผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน”


 

๒๔. เรื่อง ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ. ....
-


 

๒๕. เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์)
-


 

๒๖. เรื่อง การเช่ารถยนต์มาใช้ในราชการ (กระทรวงศึกษาธิการ)
-


 

๒๗. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. ....
-


 

๒๘. เรื่อง การแจ้งความยินยอมรับโควตาเพิ่มของประเทศไทย และการขอความเห็น
-


 

๒๙. เรื่อง การให้ความเห็นชอบร่างเอกสารที่จะมีการรับรองในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔
      คณะรัฐมนตรีมีมติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอดังนี้
      ๑. รับทราบและเห็นชอบเอกสารที่คาดว่าจะมีการรับรองในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ ได้แก่
          ๑.๑ แผนนโยบายบูรณาการความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน (ASEAN Integrated Food Security (AIFS) Framework) และแผนกลยุทธ์ความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน (Strategic Plan of Action on Food Security in the ASEAN Region : SPA-FS)
          ๑.๒ ร่างแถลงการณ์เชียงใหม่ว่าด้วยความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาคอาเซียน (Chiang Mai Statement on Food Security in the ASEAN Region)
       ๒. ให้เสนอแผนนโยบาย ฯ แผนกลยุทธ์ ฯ และร่างแถลงการณ์ ฯ ไปเพื่อรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยด่วนต่อไป โดยให้ส่งเอกสารฉบับภาษาไทยให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ และส่งฉบับภาษาอังกฤษเป็นเอกสารประกอบการพิจารณา พร้อมทั้งส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไปในคราวเดียวกัน


 

๓๐. เรื่อง การลงนามในความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม (ASEAN Petroleum Security Agreement)
-


 

๓๑. เรื่อง ขอให้พิจารณายกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดทำคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา กรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
-


 

๓๒. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ๙ รอบนักษัตร แห่งวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงการคลังเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ๙ รอบนักษัตร แห่งวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ จัดทำเหรียญกษาปณ์ทองคำ ราคาหนึ่งหมื่นหกพันบาท สองชนิด เหรียญกษาปณ์เงิน ราคาแปดร้อยบาท สองชนิด และเหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ราคายี่สิบบาท สองชนิด ออกใช้เพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบ ๙ รอบนักษัตร แห่งวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้


 

๓๓. เรื่อง ร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดประเภทหรือชนิดของโรงงานที่ไม่ให้ตั้งหรือขยายในท้องที่จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. ....
-


 

๓๔. เรื่อง การแต่งตั้งประธานและกรรมการอื่นในคณะกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (จำนวน ๕ ราย) (๑. นายณรงค์ชัย อัครเศรณีฯ)
-


 

๓๕. เรื่อง การแต่งตั้งประธานกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์)
-


 

๓๖. เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (นายอุดม หอมจำปา)
-


 

๓๗. เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพิ่มเติม (พลตำรวจตรี พีรพันธุ์ เปรมภูติ)
      คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอเรื่อง การแต่งตั้งพลตำรวจตรี พีรพันธุ์ เปรมภูติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ เป็นกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพิ่มเติม


 

๓๘. เรื่อง รายงานกิจการ งบดุล งบกำไรขาดทุน รอบปีบัญชี ๒๕๕๐ (๑ เมษายน ๒๕๕๐ - ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑) ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
       คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงการคลังเสนอรายงานกิจการ งบดุล งบกำไรขาดทุน รอบปีบัญชี ๒๕๕๐ (๑ เมษายน ๒๕๕๐–๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑) ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รวมทั้งวิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์การดำเนินงาน ปีบัญชี ๒๕๕๑


 

๓๙. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. .... รวม ๒ ฉบับ
-


 

๔๐. เรื่อง ขออนุมัตินำร่างกฎ ก.พ. ที่ออกตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
-


 

๔๑. เรื่อง ขออนุมัตินำหลักเกณฑ์และวิธีการที่ออกตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
-


 

๔๒. เรื่อง การจัดส่วนงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
-


 

๔๓. เรื่อง การออกสลากบำรุงการกุศลงวดพิเศษ เพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อเด็กกำพร้าในความดูแลของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย
-


 

๔๔. เรื่อง ผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญและการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย-กัมพูชา ครั้งที่ ๓
-


 

๔๕. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในท้องที่แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในท้องที่แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญคือ เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างที่เก็บน้ำในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป


 

๔๖. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดค่าบริการ ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนเพื่อการใช้สนามบินอนุญาตที่ให้บริการแก่สาธารณะซึ่งให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตเรียกเก็บได้ พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
     ๑. อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดค่าบริการ ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนเพื่อการใช้สนามบินอนุญาตที่ให้บริการแก่สาธารณะซึ่งให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตเรียกเก็บได้ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้ค่าบริการ ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนอื่นเพื่อการใช้สนามบินอนุญาตที่ให้บริการแก่สาธารณะที่เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตจะเรียกเก็บได้จากกิจกรรมการบิน กิจกรรมการบริการภาคพื้นดิน และกิจกรรมที่มิใช่การบิน ทั้งนี้ ค่าบริการ ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนอื่น ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและอัตราตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการบินพลเรือนอนุมัติ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไป
     ๒. ให้กระทรวงคมนาคมรับข้อสังเกตของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับรายการที่เรียกเก็บเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดค่าบริการ ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนอื่นสำหรับกิจกรรมเกี่ยวกับการบินอื่น ๆ กิจกรรมการบริการภาคพื้นดินอื่น ๆ และกิจกรรมที่มิใช่การบินอื่น ๆ ต้องคำนึงมิให้เกิดการเรียกเก็บค่าบริการที่ซ้ำซ้อนกัน และควรกำหนดให้มีการประกาศรายการที่กำหนดเพิ่มเติมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบก่อนมีการเรียกเก็บค่าบริการ ค่าภาระ หรือเงินตอบแทนสำหรับรายการดังกล่าวไปพิจารณาด้วย


 

๔๗. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลสมหวัง และตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลสมหวัง และตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ กำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลสมหวัง และตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้


 

๔๘. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญคือ กำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และให้ดำเนินการต่อไปได้


 

๔๙. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน ๘ ฉบับ
      คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
      ๑. เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน ๘ ฉบับ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้ มีสาระสำคัญดังนี้
          ๑.๑ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลรังแร้ง อำเภออุทุมพรพิสัย และตำบลคูซอด อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
          ๑.๒ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลลิ้นฟ้า อำเภอยางชุมน้อย และตำบลบัวน้อย อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ
          ๑.๓ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
          ๑.๔ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลยางชุมน้อย ตำบลบึงบอน อำเภอยางชุมน้อย และตำบลอีปาด อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ
          ๑.๕ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลคอนกาม ตำบลยางชุมน้อย ตำบลยางชุมใหญ่ และตำบลลิ้นฟ้า อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ
          ๑.๖ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลเป๊าะ อำเภอบึงบูรพ์ และตำบลอีเซ ตำบลเสียว อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ
          ๑.๗ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลสว่าง และตำบลแก่งโดม อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี
          ๑.๘ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
      ๒. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกาทั้ง ๘ ฉบับมีแนวเขตปฏิรูปที่ดินบางส่วนอยู่ในพื้นที่ควรสงวนไว้ไม่นำไปปฏิรูปที่ดิน สมควรที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต้องประสานกับกรมป่าไม้ เมื่อจะเข้าดำเนินการปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว ไปพิจารณาดำเนินการด้วย


 

๕๐. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่จังหวัดแพร่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดลำพูน จังหวัดตาก และจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๑๖ ฉบับ
      คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
      ๑. เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่จังหวัดแพร่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดลำพูน จังหวัดตาก และจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๑๖ ฉบับ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้ มีสาระสำคัญดังนี้
          ๑.๑ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย และตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
          ๑.๒ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น และตำบลแม่จั๊วะ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่
          ๑.๓ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลแม่จั๊วะ ตำบลเด่นชัย และตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่
          ๑.๔ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลแม่พุง ตำบลวังชิ้น ตำบลป่าสัก และตำบลสรอย อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
          ๑.๕ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลบ้านดง อำเภอชาติตระการ และตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก
          ๑.๖ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลยางโกลน ตำบลนาบัว ตำบลบ่อโพธิ์ ตำบลเนินเพิ่ม ตำบลหนองกะท้าว และตำบลห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
          ๑.๗ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลบ่อภาค ตำบลชาติตระการ ตำบลท่าสะแก อำเภอชาติตระการ และตำบลบ้านพร้าว ตำบลนาบัว ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
          ๑.๘ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลนายาง ตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ และตำบลดงประคำ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก
          ๑.๙ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลป่าคาย อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์
          ๑.๑๐ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลฝายหลวง ตำบลชัยจุมพล และตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
          ๑.๑๑ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลเหล่ายาว ตำบลบ้านโฮ่ง ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง และตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน
          ๑.๑๒ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลห้วยยาบ ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ และตำบลมะเขือแจ้ ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
          ๑.๑๓ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลศรีวิชัย ตำบลแม่ตืน และตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน
          ๑.๑๔ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลป่าไผ่ ตำบลบ้านลี้ และตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน
          ๑.๑๕ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลแม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
          ๑.๑๖ กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลแม่สอย และตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่


 

๕๑. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานในเขตโครงการชลประทานสุโขทัย เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. .... จำนวน ๒ ฉบับ
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอร่างกฎกระทรวงจำนวน ๒ ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้ ดังนี้
      ๑. ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำคลองข้างใน เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้ทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำคลองข้างใน ในท้องที่ตำบลศรีคีรีมาศ อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
      ๒. ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่มอก เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้ทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่มอก ในท้องที่ตำบลเวียงมอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน


 

๕๒. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานในเขตโครงการชลประทานอุบลราชธานี เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. .... จำนวน ๒ ฉบับ
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอรางกฎกระทรวงจำนวน ๒ ฉบับ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ ดังนี้
      ๑. ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำหนองเหล่าหิน เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้ทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำหนองเหล่าหิน ในท้องที่ตำบลสร้างถ่อ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
      ๒. ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยวังแดง เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. .... มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้ทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยวังแดง ในท้องที่ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน


 

๕๓. เรื่อง ร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน รวม ๒ ฉบับบ
-


 

๕๔. เรื่อง ร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญ พ.ศ. ....
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญ พ.ศ. .... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างกฎ ก.พ. ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
      ๑. กำหนดให้อนุกรรมการโดยตำแหน่งใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด แล้วแต่กรณี เป็นผู้พิจารณากำหนดจำนวนอนุกรรมการ
      ๒. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๕ (๒) มาตรา ๑๗ (๒) หรือมาตรา ๑๙ (๒) เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด
      ๓. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการและด้านกฎหมาย ตามมาตรา ๑๕ (๑) มาตรา ๑๗ (๑) หรือมาตรา ๑๙ (๑) เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการ ใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด
      ๔. กำหนดให้ส่วนราชการนำรายชื่อข้าราชการพลเรือนและผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการคัดเลือกเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด เสนอประธาน อ.ก.พ. แล้วแต่กรณี เพื่อแต่งตั้ง และให้อนุกรรมการดังกล่าวมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓ ปี
      ๕. กำหนดวิธีการดำเนินการในกรณีอนุกรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระและกรณีอนุกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ
      ๖. กำหนดให้กระทรวง กรม หรือจังหวัดเสนอ ก.พ. พิจารณาอนุมัติให้กำหนดจำนวนอนุกรรมการเป็นพิเศษ กรณี อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด มีอนุกรรมการไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด


 

๕๕. เรื่อง การสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือประเทศฟิลิปปินส์เพื่อบรรเทาภัยพิบัติ
      คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอให้กองบัญชาการกองทัพไทยสนับสนุนงบประมาณให้แก่ประเทศฟิลิปปินส์ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ โดยใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น


 

๕๖. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับ ๑๐ (กระทรวงการคลัง)(นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา)
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้งนายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ๑๐ ชช.) กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์


 

๕๗. เรื่อง รายงานผลการประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ครั้งที่ ๓/๒๕๕๑
-


 

๕๘. เรื่อง ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงเป็นการด่วน
-


 

๕๙. เรื่อง นายสุวัตร อภัยภักดิ์ กับพวกรวม ๙ คน ฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและคณะรัฐมนตรี ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนการกระทำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับร่างคำแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชากรณีการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
      คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการหารือกรณี นายสุวัตร อภัยภักดิ์ กับพวกรวม ๙ คน ฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและคณะรัฐมนตรี ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนการกระทำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับร่างคำแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชากรณีการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ) เสนอ สรุปได้ดังนี้
      ๑. การปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองกลางที่กำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวห้ามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและคณะรัฐมนตรีดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการอ้างหรือใช้ประโยชน์จากมติคณะรัฐมนตีเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นนั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ถือปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองกลาง และให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งขอระงับผลการใช้บังคับของคำแถลงการณ์ร่วมออกไปก่อนตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ได้มีหนังสือแจ้งระงับผลการใช้บังคับของคำแถลงการณ์ร่วมไปยังฝ่ายกัมพูชาและยูเนสโกทราบแล้ว จึงเป็นกรณีที่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งที่กำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลางครบถ้วนแล้ว
      ๒. สำหรับการดำเนินการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยว่า คำแถลงการณ์ร่วมฯ เป็นหนังสือสัญญาที่อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศไทย ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง นั้น โดยที่คณะกรรมการมรดกโลกได้พิจารณาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกไปแล้ว โดยระบุในข้อมติว่า ไม่นำคำแถลงการณ์ร่วมฯ มาใช้ในการพิจารณาการขึ้นทะเบียนดังกล่าว และกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ดำเนินการแจ้งไปยังฝ่ายกัมพูชาให้แถลงการณ์ร่วมสิ้นผลด้วยแล้ว นอกจากนี้ แถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าว ได้มีการลงนามไปแล้วจึงล่วงพ้นขั้นตอนที่จะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเสนอคำแถลงการณ์ร่วมฯ ให้รัฐสภาเห็นชอบอีก
      ๓. นอกจากนี้ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่า เนื่องจากคำแถลงการณ์ร่วมฯ ไม่ได้นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้จัดทำขึ้น และไม่มีกรณีที่จะต้องนำคำแถลงการณ์ร่วมฯ ไปใช้อีกต่อไป เนื่องจากมีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยที่มิได้นำคำแถลงการณ์ร่วมฯ มาประกอบการพิจารณา และฝ่ายไทยได้แจ้งต่อฝ่ายกัมพูชาให้คำแถลงการณ์ร่วมสิ้นผลแล้ว ประกอบกับคดีปกครองในเรื่องนี้ยังไม่สิ้นสุดการคงมติคณะรัฐมนตรีไว้ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคดีสำหรับฝ่ายบริหาร ซึ่งหากยกเลิกไปน่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่สำคัญอันอาจทำให้ศาลปกครองพิจารณาจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเพราะการกระทำอันเป็นมูลเหตุแห่งฟ้องได้หมดสิ้นไปแล้ว ไม่มีความจำเป็นและไม่อาจมีคำบังคับตามคำขอได้อีกต่อไป


 

๖๐. เรื่อง โครงการแทรกแซงตลาดน้ำมันปาล์มดิบ ปี ๒๕๕๑/๕๒
-


 

๖๑. เรื่อง มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๑ (ครั้งที่ ๑๒๒)
-


 

๖๒. เรื่อง การลงนามในหนังสือแจ้งเข้าร่วม MRA สาขาวิศวกรรมและ MRA สาขาสถาปัตยกรรมของอาเซียน
-


 

๖๓. เรื่อง การเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณานำเสนอรัฐสภาอนุมัติการลงนามความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน
      คณะรัฐมนตรีมีมติตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอดังนี้
      ๑. เห็นชอบให้นำเสนอความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาให้ความเห็นชอบ รวมทั้งอนุมัติการลงนามในความตกลง ฯ และการให้สัตยาบันเพื่อให้ความตกลง ฯ มีผลบังคับใช้ และเมื่อรัฐสภาเห็นชอบแล้ว มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้ได้รับมอบหมายอื่นเป็นผู้ลงนามในความตกลง ฯ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขถ้อยคำที่มิใช่สาระสำคัญในความตกลง ฯ ขอให้ผู้ลงนามสามารถใช้ดุลยพินิจในเรื่องนั้น ๆ ได้ โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
      ๒. มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้ได้รับมอบหมายอื่นลงนามในความตกลง ฯ รวมทั้งมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำสัตยาบันสารเพื่อให้ความตกลง ฯ มีผลบังคับใช้
      ๓. ให้เสนอความตกลง ฯ ไปเพื่อรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยด่วนต่อไป โดยให้ส่งความตกลง ฯ ฉบับภาษาไทยให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบและให้ส่งฉบับภาษาอังกฤษเป็นเอกสารประกอบการพิจารณา พร้อมทั้งส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไปในคราวเดียวกัน


 

๖๔. เรื่อง การดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อความมั่นคงของประเทศ
-


 

๖๕. เรื่อง แต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (นางสุนิดา สกุลรัตนะ)
-


 

๖๖. เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของรองนายกรัฐมนตรี
-


 

๖๗. เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงานเสนอแต่งตั้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง) ตามลำดับ เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ตามความในมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยให้ครอบคลุมถึงกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานด้วย


 

๖๘. เรื่อง ขออนุมัติแต่งข้าราชการพลเรือนสามัญ (กระทรวงคมนาคม) (นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ)
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอแต่งตั้งนายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ๑๐) สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป


 

๖๙. เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของนายกรัฐมนตรี
      คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๙๑/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายปริญญา บุญชู เป็นประธานกรรมการ นายโกวิทย์ เกิดศิริรักษ์ รองศาสตราจารย์ ธงทอง จันทรางศุ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ นายดิสทัต โหตระกิตย์ นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เป็นกรรมการ นายวรวีร์ แสงสุวรรณ เป็นเลขานุการ และนางชลอ เนตรท้วม เป็นผู้ช่วยเลขานุการ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับงานด้านกฎหมาย และการบริหารงานยุติธรรม


 

๗๐. เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
-


 

๗๑. เรื่อง การปรับปฏิทินงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒
-


 

๗๒. เรื่อง การรับรองเอกสารในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ ๑๖
-


 

๗๓. เรื่อง การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (จำนวน ๑๐ ราย) (๑. นายประสาน ตันประเสริฐฯ)
-


 

๗๔. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการระดับ ๑๐ (จำนวน ๒ ราย) (นายยุคล ลิ้มแหลมทอง และนายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ)
      คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งระดับ ๑๐ จำนวน ๒ ราย ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป ดังนี้
      ๑. นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ดำรงตำแหน่งอธิบดี กรมปศุสัตว์
      ๒. นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์


 

๗๕. เรื่อง การปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ครั้งที่ ๑
-


 

๗๖. เรื่อง รายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย ประจำวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
-


 

๗๗. เรื่อง รายงานสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัย
      คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลรายงานสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัยของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปได้ดังนี้ การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัย ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร กาญจนบุรี อ่างทอง ราชบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และชุมพร โดยภาพรวมคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ สภาวะน้ำท่วมไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในแหส่งน้ำ และไม่พบเหตุการณ์ปลาตาย หากแต่ยังมีผลกระทบเชิงปริมาณที่ส่งผลต่อที่อยู่อาศัยของประชาชนและพืชสวนไร่นาได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอยุติการรายงานผลคุณภาพน้ำ เนื่องจากสภาวะน้ำท่วมส่งผลกระทบในเชิงปริมาณ ซึ่งมีหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว


 

๗๘. เรื่อง รายงานสถานการณ์น้ำและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (วันที่ ๑๑ – ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)
-


 

๗๙. เรื่อง สรุปสถานการณ์ภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ครั้งที่ ๒๖ ช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
     คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลสรุปสถานการณ์ภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ครั้งที่ ๒๖ ช่วงวันที่ ๑๑–๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สรุปได้ดังนี้ สถานการณ์อุทกภัย จำนวน ๑๐ จังหวัด แยกเป็นภาคใต้ ๔ จังหวัด ภาคกลาง ๓ จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓ จังหวัด สถานการณ์น้ำ ณ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศมีปริมาณน้ำในอ่างฯ ทั้งหมด ๕๗,๗๕๘ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๔ ของความจุอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งหมด น้อยกว่าปี ๒๕๕๐ จำนวน ๒,๐๕๒ ล้านลูกบาศก์เมตรคิดเป็นร้อยละ ๓ ของความจุอ่างฯ ผลกระทบด้านการเกษตร อุทกภัยช่วงวันที่ ๑–๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ พื้นที่ประสบภัย ๒๕ จังหวัด แยกเป็นด้านพืช ๒๒ จังหวัด เกษตรกร ๑๒๘,๔๓๖ ราย ด้านปศุสัตว์ ๕ จังหวัด เกษตรกร ๑๔,๙๕๖ ราย ด้านประมง ๕ จังหวัด เกษตรกร ๓,๒๙๕ ราย อุทกภัยช่วงวันที่ ๑ สิงหาคม–๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ พื้นที่เสียหาย ๕๒ จังหวัด เกษตรกร ๕๒๙,๒๑๐ ราย การให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม–๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ กรมชลประทานเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำ ในขณะที่กรมปศุสัตว์สนับสนุนเสบียงสัตว์และดูแลสุขภาพสัตว์ สำหรับกรมส่งเสริมการเกษตรผลิตต้นกล้าพืชแจกจ่ายให้เกษตรกรรวมทั้งได้จัดตั้งครัวสายใยแห่งครอบครัวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดลพบุรี และปราจีนบุรี


 

๘๐. เรื่อง สรุปสถานการณ์ภัยหนาวและอุทกภัย (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)
      คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลสถานการณ์ภัยหนาวและอุทกภัย (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) ของกระทรวงมหาดไทย สรุปได้ดังนี้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว ปี ๒๕๕๑–๒๕๕๒ ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และได้มอบเครื่องกันหนาวให้ประชาชนในพื้นที่ในจังหวัดที่ประสพภัยหนาวใน ๑๗ จังหวัด ส่วนสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือที่พื้นที่ประสพอุทกภัย ๕ จังหวัด ๓๔ อำเภอ ๒๐๓ ตำบล ๑,๓๓๔ หมู่บ้าน ได้แก่จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง สถานการณ์ปัจจุบันคลี่คลายแล้ว ๔ จังหวัด เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุภาษฎร์ธานี และพัทลุง สำหรับการให้ความช่วยเหลือได้มีสิ่งของพระราชทานจากมูลนิธิต่าง ๆ นำถุงพระราชทานไปมอบตามพื้นที่ที่ประสบภัย การคาดหมายลักษณะอากาศระหว่างวันที่ ๑๗–๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ คาดว่าจะเกิดพายุโซนร้อน “นูล” (Noul) ทำให้อุทกภัย วาตภัย ดินถล่ม ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอด ๒๔ ชั่วโมง รวมทั้งเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ไว้ให้พร้อมเพื่อสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันต่อเหตุการณ์


 

๘๑. เรื่อง ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปและดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศเดือนตุลาคม ๒๕๕๑
-


 

๘๒. เรื่อง รายงานผลการดำเนินงานโครงการ “จากวันแม่ถึงวันพ่อ ๑๑๖ วัน สร้างสามัคคี” ครั้งที่ ๓/๒๕๕๑ (ประจำเดือนตุลาคม) ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
     คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลรายงานผลการดำเนินงานโครงการ “จากวันแม่ถึงวันพ่อ ๑๑๖ วัน สร้างสามัคคี” ครั้งที่ ๓/๒๕๕๑ (ประจำเดือนตุลาคม) ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งประกอบด้วยผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด ทส. จำนวน ๔ หน่วยงาน ดังนี้
     ๑. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในระหว่างวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑–๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ ได้จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และสร้างความสมัครสมานสามัคคี กิจกรรมฟังธรรมเทศนา เป็นต้น ในส่วนกลางและสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑ - ๑๖
     ๒. กรมป่าไม้ ในระหว่างวันที่ ๗–๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๑ ได้ดำเนินกิจกรรมเดินรณรงค์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ จัดกิจกรรมพลังเครือข่ายป่าชุมชนบำรุงรักษาต้นไม้ในกรุงเทพ และในส่วนภูมิภาคในจังหวัดเชียงใหม่ อุดรธานี นครราชสีมา และระนอง
     ๓. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระหว่างวันที่ ๑๔–๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ ได้ดำเนินกิจกรรมรับบริจาคหนังสือเพื่อมอบให้กับโรงเรียน และจัดกิจกรรมฯ พลิกพื้นผืนป่า ด้วยพระบารมี กิจกรรมตามโครงการธนาคารปูม้า ปล่อยเต่าทะเลตามชายฝั่งอ่าวไทย
     ๔. กรมทรัพยากรธรณี ในระหว่างวันที่ ๒๑-๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กิจกรรมทำความสะอาดกิจกรรม Big ’ s Cleaning Day เป็นต้น


 

๘๓. เรื่อง การรายงานผลคดีกระทำความผิดกฎหมายป่าไม้ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๑
      คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลรายงานผลคดีกระทำความผิดกฎหมายป่าไม้ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๑เดือนกันยายน ๒๕๕๑ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปได้ดังนี้ คดีรายใหญ่ ๑๐ คดี พื้นที่ป่าถูกบุกรุก ๔๗๔–๐–๗๕ ไร่ ไม้ของกลางที่ยึดได้ ๒๑๑.๓๙ ลูกบาศก์เมตร มูลค่าความเสียหาย ๑๓๘.๐๗ ล้านบาท คดีรายย่อย ๓๘๒ คดี พื้นที่ป่าถูกบุกรุก ๔๐,๖๘๖–๓-๗๙ ไร่ มูลค่าความเสียหาย ๑,๔๓๖.๗๓ ล้านบาท


 

๘๔. เรื่อง รายงานผลการประชุมคณะมนตรี คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ครั้งที่ ๑๕
-


 

๘๕. เรื่อง การนำเสนอข้อมูลสภาวะอากาศ (วันที่ ๑๗ – ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)
-


 

๘๖. เรื่อง สรุปผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาสที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๑
      คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลสรุปผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาสที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๑ ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในภาพรวมสถานการณ์การจ้างงานอยู่ในเกณฑ์ปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ๒๕๕๐ สรุปได้ดังนี้
      ๑. ผู้อยู่ในกำลังแรงงานมีจำนวนทั้งสิ้น ๓๘.๓๔ ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑.๙
      ๒. ผู้มีงานทำ ๓๗.๘๔ ล้านคน มีภาคเกษตรกรรม และนอกภาคเกษตรกรรม ซึ่งจำแนกตามสาขาอุตสาหกรรมย่อย
      ๓. ผู้ว่างงานทั้งประเทศมีจำนวน ๔.๕ แสนคน ซึ่งอยู่ในระดับอุดมศึกษา มัธยมศึกษา และประถมศึกษา ไม่มีการศึกษา ซึ่งพบว่ามีผู้ว่างงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด และต่ำสุดที่ภาคเหนือ
      ๔. สำหรับภาวะการทำงานของประชากรตั้งแต่ปี ๒๕๓๙–๒๕๕๑ การว่างงานของประเทศไทยมีความรุนแรงลดลงอย่างต่อเนื่อง


 

๘๗. เรื่อง โครงการปลูกต้นไม้ถวายพ่อ
      คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับโครงการปลูกต้นไม้ถวายพ่อ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนและเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรักษาและหวงแหนพื้นที่อุทยาน ฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยการปลูกต้นไม้คนละ ๑ ต้น ในพื้นที่ทั่วประเทศไทย ระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน-๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ สำหรับกิจกรรมหลักของโครงการ ฯ ประกอบด้วย กิจกรรมการปลูกต้นไม้คนละ ๑ ต้นทั่วประเทศ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสัญจร ในพื้นที่ ๕ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย นครสวรรค์ ภูเก็ต นครราชสีมา และจันทบุรี การจัดกิจกรรมตามรอยต้นไม้ของพ่อ โดยรวบรวมข้อมูลสถานภาพปัจจุบันและถ่ายภาพของต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกในสถานที่ต่าง ๆ จัดทำเป็นรูปเล่มเพื่อนำทูลเกล้า ฯ ถวาย และการเชิญชวนให้ส่งภาพถ่ายการปลูกต้นไม้ของบุคคล ครอบครัว และองค์กร โดยผู้ส่งจะได้รับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงปลูกต้นไม้ ๑ รูป เป็นที่ระลึก


 

๘๘. เรื่อง รายงานผลการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดนกในนกธรรมชาติ
      คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลรายงานผลการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดนกในนกธรรมชาติของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปได้ดังนี้ แผนการป้องกันและควบคุมโรคในสัตว์ปีกธรรมชาติ (ไข้หวัดนก) ปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ประกอบด้วยมาตรการและโครงการ การเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกัน การประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำในการป้องกันการแพร่ระบาด ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับนกอพยพ การเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและเฝ้าระวัง สรุปการปฏิบัติงานเพื่อรับมือการแพร่ระบาดและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก ผลกจากการดำเนินการของชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชให้ผลดี และยังไม่ปรากฏรายงานการตรวจพบเชื้อโรคไข้หวัดนกชนิด H๕ N๑ จากนกในธรรมชาติแต่อย่างใด


 

๘๙. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง
-


 

๙๐. เรื่อง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ
-


 

๙๑. เรื่อง การจัดทำคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา และการจัดการประชุมชี้แจงนโยบายของรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐ
-


 

๙๒. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ....
-


 

๙๓. เรื่อง ผลัดเวรเฝ้าฯ ของคณะรัฐมนตรีในงานพระราชพิธี รัฐพิธี และโอกาสสำคัญต่าง ๆ
-


 

๙๔. เรื่อง รายงานสรุปสภาวะของประเทศปี ๒๕๕๑
-


 

๙๕. เรื่อง สรุปสถานการณ์ภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ครั้งที่ ๑๘ ช่วงวันที่ ๑๕ – ๒๔ กันยายน ๒๕๕๑
-


 

๙๖. เรื่อง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๑)
-


 

๙๗. เรื่อง รายงานสถานการณ์อุทกภัย
-


 

๙๘. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง
-


 

๙๙. เรื่อง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ
-


 

๑๐๐. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการคุณสมบัติ หลักเกณฑ์การสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ การประชุมวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการวิทยาลัย พ.ศ. ....
     คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
๑. อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการคุณสมบัติ หลักเกณฑ์การสรรหาการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ การประชุม วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการวิทยาลัย พ.ศ. ....ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยร่างกฎกระทรวง ฯ มีสาระสำคัญดังนี้
        ๑.๑ กำหนดคำนิยาม ผู้ปกครอง ครูหรือคณาจารย์ วิทยาลัย องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานประกอบการ ศิษย์เก่า ผู้ทรงคุณวุฒิผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการ และกรรมการ
        ๑.๒ กำหนดให้มีคณะกรรมการวิทยาลัยและกำหนดองค์ประกอบคณะกรรมการ
        ๑.๓ กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการ
        ๑.๔ กำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาและการเลือกกรรมการ
        ๑.๕ กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการวิธีการประชุม และองค์ประชุม
       ๒.ให้กระทรวงศึกษาธิการรับข้อสังเกตของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการกำหนดให้กรรมการที่เป็นผู้แทนครูหรือคณาจารย์และผู้แทนศิษย์เก่ามีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปี บริบูรณ์ เช่นเดียวกับกรรมการอื่น ๆ ซึ่งในการกำหนดจำนวนกรรมการควรคำนึงถึงความจำเป็นและเหมาะสมและภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นด้วยและโดยที่กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จะบัญญัติให้จำนวนกรรมการ คุณสมบัติหลักเกณฑ์ วิธีการสรรหาการเลือกประธานกรรมการและกรรมการวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการตามร่างกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น การร่างกฎกระทรวงข้อ ๗ กำหนดให้หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และการเลือกกรรมการนอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ให้เป็นไปตามประกาศของวิทยาลัยเห็นว่าอาจเป็นการขยายหลักการเกินกว่าที่กฎหมายแม่บทให้อำนาจไว้ไปประกอบการพิจารณาด้วย


 

๑๐๑. เรื่อง การปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ครั้งที่ ๑
      คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
      ๑.รับทราบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ครั้งที่ ๑ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอดังนี้
        ๑.๑ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ อนุมัติกรอบและหลักเกณฑ์การรับจำนำข้าวเปลือกนาปีและ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ อนุมัติจัดหาเงินกู้เพื่อดำเนินการรับจำนำข้าวและผลผลิตทางการเกษตรวงเงิน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้ดำเนินการและมีกระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยรวมทั้งให้รัฐบาลรับภาระต้นเงินและดอกเบี้ยจาการกู้เงินและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
        ๑.๒ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินได้แจ้งว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินกู้ดังกล่าวอีกเนื่องจากมีสภาพคล่องเพียงพอ คณะกรรมการ ฯจึงเห็นสมควรปรับปรุงวงเงินรวมของแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒เพิ่มขึ้น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และได้พิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินและการค้ำประกันเงินกู้แล้วสามารถดำเนินการได้๒.คณะกรรมการ ฯพิจารณาการปรับเพิ่มวงเงินกู้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทสามารถดำเนินการได้โดยไม่ขัดข้องทางกฎหมาย จะทำให้วงเงินในแผน ฯ เพิ่มขึ้นจาก ๑,๐๙๕,๑๙๑.๘๙ ล้านบาท เป็น ๑,๑๙๕,๑๙๑.๘๙ ล้านบาท


 

๑๐๒. เรื่อง การจำนำข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต ๒๕๕๑/๕๒
     คณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้
      ๑. ให้คณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติระดับจังหวัด (อนุ กขช. จังหวัด) พิจารณาราคาจำนำข้าวเปลือกหอมจังหวัดตันละไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ บาท ตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ (เรื่องกรอบและหลักเกณฑ์การรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๕๑/๕๒) สำหรับการวินิจฉัยว่าข้าวเปลือกหอมจังหวัดมีชั้นคุณภาพเช่นเดียวกับข้าวเปลือกหอมมะลิที่ควรจะได้รับราคาเพิ่มขึ้นหรือไม่ประการใด ให้รีบส่งเรื่องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมการข้าวและกรมวิชาการเกษตร) พิจารณาวินิจฉัยข้าวเปลือกที่รับจำนำไว้ แล้วดำเนินการตามผลการพิจารณาต่อไป
      ๒. ให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธาน อนุ กขช. จังหวัด ทราบและถือปฏิบัติตามแนวทางข้างต้นโดยด่วนด้วย

ประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

 

๑. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... [การยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน)]
-


 

๒. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....รวม ๒ ฉบับ
-


 

๓. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) พ.ศ. ....
-


 

๔. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ....
-


 

๕. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินในที่จำแนกออกจากป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีในท้องที่จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน ๓ ฉบับ
-


 

๖. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าภูลังกา ในท้องที่ตำบลดงบัง ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดหนองคาย และตำบลไผ่ล้อม ตำบลนางัว ตำบลโพนทอง อำเภอบ้านแพง ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... (อุทยานแห่งชาติภูลังกา)
-


 

๗. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ ในท้องที่ตำบลน้ำตก ตำบลบัวใหญ่ ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย และตำบลเมืองลี ตำบลบ่อแก้ว ตำบลนาทะนุง ตำบลปิงหลวง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... (อุทยานแห่งชาติขุนสถาน)
-


 

๘. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. ....
-


 

๙. เรื่อง ขอถอนร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน จำนวน ๒ ฉบับ
-


 

๑๐. เรื่อง ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๕
-


 

๑๑. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตใช้เรือ และการประกันภัยเรือสำหรับโดยสาร พ.ศ. ....
-


 

๑๒. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ....
-


 

๑๓. เรื่อง ขอยืนยันความคงอยู่ของคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาธุรกิจค้าปลีกค้าส่งตามมติคณะรัฐมนตรี
-


 

๑๔. เรื่อง ขออนุมัติเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนห้วยยอด
-


 

๑๕. เรื่อง ขออนุมัติเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนอนุบาลกระบี่
-


 

๑๖. เรื่อง คณะกรรมการต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
-


 

๑๗. เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ
-


 

๑๘. เรื่อง ผลการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๑
-


 

๑๙. เรื่อง รายงานผลการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาล
-


 

๒๐. เรื่อง ขอความร่วมมือในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัติ
-


 

๒๑. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ พ.ศ. ....
-


 

๒๒. เรื่อง การเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษนอกเหนือโควตาปกติ ในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๑ ให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการพลเรือน ลูกจ้างส่วนราชการ ข้าราชการประเภทอื่น และพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ช่วยปฏิบัติราชการในงานของคณะรัฐมนตรี (ในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช)
-


 

๒๓. เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (นายอนุสรณ์ ธรรมใจ)
-


 

๒๔. เรื่อง คณะกรรมการต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง (จำนวน ๑๑ คณะ)
-


 

๒๕. เรื่อง ขออนุมัติเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนเทิงวิทยาคม
-


 

๒๖. เรื่อง ขออนุมัติแบบรูปรายการและวงเงินค่าก่อสร้างอาคารอนุบาล ๒ ชั้น โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์
-


 

๒๗. เรื่อง รายงานผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑
-


 

๒๘. เรื่อง รายงานประจำปี ๒๕๕๐ ของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ
-


 

๒๙. เรื่อง ความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือส่วนราชการประชาชนของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
-


 

๓๐. เรื่อง คณะกรรมการต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง (จำนวน ๔ คณะ)
-


 

๓๑. เรื่อง รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจอุตสาหกรรม ประจำเดือนตุลาคม ๒๕๕๑
-


 

๓๒. เรื่อง การจัดส่วนงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
-


 

๓๓. เรื่อง ขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณสำหรับรายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒
-


 

๓๔. เรื่อง การแจ้งความยินยอมรับโควตาเพิ่มของประเทศไทย และการขอความเห็น เรื่อง การแก้ไขข้อตกลงว่าด้วยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
-


 

๓๕. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
-


 

๓๖. เรื่อง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเรื่อง การจัดระบบการให้บริการและคุ้มครองทางสังคมแก่แรงงานนอกระบบ
-


 

๓๗. เรื่อง ข้อเสนอการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๐) เรื่อง โครงการ จัดหาเครื่องบิน A330-300 จำนวน ๘ ลำ ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
-


 

๓๘. เรื่อง การประกาศวันหยุดราชการในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๑
-


 

๓๙. เรื่อง ผลการประชุมคณะกรรมการกำกับการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ครั้งที่ ๑/๒๕๕๑
-


 

๔๐. เรื่อง การแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกเหนียวตกต่ำ
-


 

๔๑. เรื่อง นโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปี ๒๕๕๒
-